นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร แถลงข้อเท็จจริงกรณีรถโดยสารที่ใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 100 คัน ของบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะการประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ซึ่งนำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ถูกกักเอาไว้ ว่า จากการตรวจสอบพบว่าการนำเข้า ไม่เป็นไปตามข้อตกลงสนธิสัญญาเขตการค้าเสรีกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน (ฟอร์มดี) แต่เป็นการนำเข้ารถสำเร็จรูปจากประเทศจีน ผ่านประเทศมาเลเซีย
“บริษัทนำเข้าชื่อว่าซุปเปอร์ซาร่า ได้แจ้งนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี 2 รอบ รอบแรกสำแดงนำเข้า 1 คันมีถิ่นกำเนิดจากประเทศมาเลเซีย เพื่อขอยกเว้นอากร แต่ศุลกากรตรวจสอบพบว่าหมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ที่นำรถเข้ามานั้น เป็นหมายเลขตู้เดียวกับที่ออกจากประเทศจีน โดยสำแดงเป็นรถเอ็นจีวีสำเร็จรูป ยี่ห้อ โมเดล ชัดเจน ออกจากจีนเมื่อวันที่ 28 ต.ค. เข้ามาเลเซีย 9 พ.ย.และออกวันที่ 23 พ.ย. ถึงไทยวันที่ 30 พ.ย. เป็นช่วงเวลาที่ไล่เลี่ยต่อเนื่องกัน” นายชัยยุทธกล่าว และว่าส่วนรอบที่ 2 สำแดงนำเข้า 99 คันในลักษณะเดียวกันผ่านทางเรือ ออกจากจีนวันที่ 13 พ.ย. เข้ามาเลเซียวันที่ 19 พ.ย. ออกวันที่ 26 พ.ย. และเข้าไทยวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา
นายชัยยุทธ กล่าวอีกว่า ทำไมต้องมีการนำเข้า 2 รอบก็ไม่เข้าใจ ขณะนี้ประเด็นเรื่องเรื่องฟอร์มดีออกโดยหน่วยงานจากมาเลเซียจริงหรือไม่ ไม่ได้เป็นปัญหาหลักเท่ากับข้อมูลที่กรมพบว่าสินค้าไม่น่าจะผลิตจากมาเลเซีย โดยรถที่นำเข้าทั้ง 100 คัน เป็นยี่ห้อ Sunlong ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยนำเข้าจากจีน จากนี้กรมจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว และประสานความร่วมมือไปยังศุลกากรมาเลเซีย เกี่ยวกับการผลิตและการออกฟอร์มดี และประเทศจีน ซึ่งอาจจะต้องขอไปดูโรงงานผลิตด้วย
นายชัยยุทธ กล่าวอีกว่า หากตรวจสอบพบว่าการนำเข้าไม่ถูกต้อง จะถือว่าบริษัทเบสท์ริน สำแดงภาษีเป็นเท็จทันที ต้องจ่ายภาษีนำเข้า 40% ของมูลค่ารถยนต์ หรือตกประมาณคันละ 1.2 ล้านบาท รวมค่าปรับ 4 เท่ามูลค่าภาษี แต่หากกรณีนี้ไม่ผิดและเอกชนต้องการฟ้องกรมศุลกากร ก็เป็นสิทธิที่ทำได้ ซึ่งกรมยืนยันว่าเป็นการทำตามหน้าที่ ดูแลการเสียภาษีให้มีความถูกต้อง
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า หากผลการตรวจสอบ พบว่าบริษัทนี้มีความผิดตามกฎหมายของกรมศุลกากรในเรื่องของภาษี ทาง ขสมก.ก็มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้

คณิสสร์ ศรีวชิระประภา
ด้านนายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป กล่าวว่า จะทำหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานภาครับและภากเอกชนเพื่อขอให้เข้ามาช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงของปัญหากรณีที่กรมศุลกากรไม่ยอมให้มีการนำรถเมล์ออกจากท่าเรือ โยจะทำหนังสือร้องเรียนไปยัง นาย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมศุลกากรและ สภาวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย- อาเซี่ยน ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชน
สำหรับประเด็นที่จะร้องเรียนและต้องการให้ทุกหน่วยเข้ามาร่วมตรวจสอบ คือความโปร่งใสของและมารยาททางการค้าระหว่างประเทศ ของกรมศุลกากร รวมทั้งขอให้เข้ามารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากกรณีที่รถถูกกักซึ่งอาจจะกระทบไปยัง เป้าหมายการนำรถเมล์ไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐนตรี และประชาชนได้ทดลองใช้บริการ ในวันที่ 21 ธ.ค.
“ผมอยากขอความเป็นธรรมให้กับเบสทรินซึ่งวันนี้ตกเป็นจำเลยของสังคมทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อหา ที่สำคัญวันนี้เรานำรถล็อตแรก100 คันออกมาไม่ได้ ขณะนี้จอดทิ้งไว้ 3 วันแล้ว ต้องเสียค่าจอดร 9 แสนบาทแล้ว ที่สำคัญรถเมล์ล็อต2 อีก 145 คันกำลังจะขนส่งมาถึงท่าเรือแหลมฉบังในวันที่ 7 ธ.ค. นี้ ซึ่งขณะนี้ท่าเรือบอกว่าไม่สามารถปล่อยตำแหน่งที่จอดให้รถล็อตใหม่ เพราะที่จอดรถเต็ม เนื่องจากยังไม่ได้ขนรถล็อตเก่าออกจากท่า ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร แต่วันที่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้วจะต้องมีคนมารับผิดชอบเรื่องนี้ด้วย”นายคณิสสร์ กล่าว