ไฟเขียวกฎหมายคุมนอนแบงก์โขกดอกเบี้ยสินเชื่อ-ค่าต๋ง 5 ประเภท

คุมนอนแบงก์โขกดอกเบี้ย

คุมนอนแบงก์โขกดอกเบี้ยสินเชื่อ 5 ประเภท ชี้หลังจากกฎหมายบังคับใช้แล้ว ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทสินเชื่อต้องขอใบอนุญาต หากไม่มาเจอคุก 1 ปี หรือปรับสูงสุด 100,000 บาท

คุมนอนแบงก์โขกดอกเบี้ย – นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน จะมีการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจของผู้ให้บริการทางการเงินรวม 5 ประเภท ได้แก่ ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทให้สินเชื่อ 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (พิโกไฟแนนซ์) และ 2.สินเชื่อที่มีการรับสมุดคู่มือจดทะเบียนรถเป็นประกันการชำระหนี้ (สินเชื่อทะเบียนรถ) โดยผู้ให้บริการกลุ่มนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจจากสำนักงาน

ส่วนอีกกลุ่มเป็นผู้ให้บริการทางการเงินประเภทที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ ได้แก่ 3.การให้เช่าซื้อ 4.การให้เช่าแบบลีสซิ่ง และ 5.แฟ็กตอริ่ง โดยผู้ให้บริการกลุ่มนี้ไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่จะต้องขึ้นทะเบียนในการประกอบธุรกิจกับสำนักงาน

สำหรับรูปแบบการกำกับดูแลจะมีการกฎหมาย คณะกรรมการมาควบคุมโดยชัดเจน เช่น การควบคุมดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ซึ่งเบื้องต้นพิโกไฟแนนซ์จะคุมที่ 36% เท่าเดิม ส่วนสินเชื่อทะเบียนรถจะใกล้เคียงกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 28% ขณะที่ธุรกิจเช่าซื้ออยู่ระหว่างการประเมินผลว่าจะคุมเท่าไร

ทั้งนี้ จะเร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้เสร็จภายในปีหน้า จากนั้นจะมีการจัดตั้งสำนักงาน และคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ให้บริการทางการเงิน ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ภายใน 360 วัน

อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้จะไม่เข้าไปกำกับดูแลผู้ให้บริการที่ดำเนินโดยสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง เช่น บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงิน เป็นต้น

นายพรชัยกล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2560 กลุ่มธุรกิจของผู้ให้บริการทางการเงิน 5 ประเภทที่ยังไม่มีการควบคุม มีวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ 5 แสนล้านบาท เช่าซื้อแบบลีสซิ่ง 2.7 แสนล้านบาท แฟ็กตอริ่ง 6.7 หมื่นล้านบาท สินเชื่อทะเบียนรถ 2 แสนล้านบาท และพิโกไฟแนนซ์ 330 ล้านบาท หากคุมกลุ่มนี้ได้จะทำให้สามารถบริการทางการเงินทั้งหมดครบ 100%

“หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วนั้น ผู้ให้บริการทางการเงินประเภทสินเชื่อนั้นจะต้องมาขอใบประกอบกิจการ ซึ่งหากไม่มาขอใบอนุญาตจะมีโทษจำคุก 1 ปี หรือปรับสูงสุด 100,000 บาท และกรณีที่เป็นรูปแบบการให้เช่าซื้อ หรือแฟ็กเตอริ่งจะต้องมาขึ้นทะเบียนการดำเนินงาน หากไม่มาตามกฎหมายจะมีโทษปรับสูงสุด 100,000 บาท” นายพรชัย กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ด่วน! พบรถ ‘พันศักดิ์’ จอดซุกคอนโดที่ปทุมฯ จเรตร.นำทีม ลุยค้นหาหลักฐาน
บทความถัดไปอุกอาจ! แก๊งโจ๋จยย.8 คัน ไล่หาเหยื่อ ดักตี-ชิงทรัพย์ ขี่รถวนตามถึงโรงพัก