เดอะมอลล์ทุ่มกว่า 350 ล้าน อัดแคมเปญยักษ์ส่งท้ายปียาว 62 วัน จัดเต็มลดแลกแจกแถม กระตุ้นกำลังซื้อหวังโกยยอดขาย 7 พันล้าน ดันทั้งปี 58,000 ล้าน
เดอะมอลล์ทุ่ม350ล.อัดแคมเปญ – น.ส.วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมใช้งบประมาณกว่า 350 ล้านบาท จัดกิจกรรมการตลาดใหญ่ของปี เป็นแคมเปญส่งท้ายปี และต้อนรับปีใหม่ ซึ่งในช่วงปลายปีนี้ เทศกาลปีใหม่ถือเป็นไฮไลท์การทำตลาด เป็นช่วงฤดูกาลของการใช้จ่ายที่มีการซื้อสินค้าและของขวัญ โดยปีนี้จัดแคมเปญภายใต้ชื่อ แฮปปี้ เวรี่ นิวเยียร์ (Happy Very New Year) ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2561-15 ม.ค. 2562 รวม 62 วัน
“แคมเปญปีนี้มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ โดยเป็นการจัดร่วมกันของห้างและศูนย์การค้าเดอะมอลล์ทุกสาขา ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ที่จะมีโปรโมชั่นลดราคา แลก แจก แถม อาทิ กระเช้าปีใหม่ ลดสูงสุด 38% ที่ กูร์เมต์มาร์เก็ต พร้อมโปรโมชั่นผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% สูงสุดนาน 6 เดือน กับบัตรเครดิต และไฮไลต์ลุ้นรางวัลลุ้นรับรถ Lexus รุ่น CT200H และของรางวัลมากมาย รวมถึงการสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ช็อปปิ้งใหม่เพื่อดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมทั้งกระตุ้นการใช้จ่ายลูกค้าในช่วงปลายปีนี้”
นอกจากนี้ เป็นปีแรกสำหรับบัตรเอ็ม การ์ด (M Card) ร่วมกับบัตรเครดิต SCB M VISA ทุ่มงบกว่า 5 ล้านบาท จัดแคมเปญ “M Celebration QR Hunt ยิ่งล่า ยิ่งได้” ให้ลูกค้า ตามล่าสแกน QR Code ผ่าน M Card แอพพลิเคชั่น แลกคะแนน M Point รับส่วนลดและสิทธิพิเศษสูงสุดถึง 3 เท่า หรือซื้อสินค้าลดสูงสุด 50% และทุกการสแกนมีสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-นาโกย่า เพื่อกระตุ้นสมาชิกบัตรเอ็ม การ์ด ที่มีอยู่กว่า 4 ล้านคนให้จับจ่ายเพิ่มขึ้น
คาดว่าการจัดแคมเปญและกิจกรรมต่างๆเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่นี้จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าในช่วงปลายปีและช่วยเพิ่มยอดลูกค้าที่เข้ามาเพิ่มกว่า 20% จากช่วงเวลาปกติ โดยคาดว่าช่วงปีใหม่นี้ สามารถสร้างยอดขายได้รวมกว่า 7,000 ล้านบาท และทำให้ยอดขายสิ้นปี 2561 ได้ตามเป้าหมาย 58,000 ล้านบาท โตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4%
อย่างไรก็ดี ภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีมีแนวโน้มคึกคัก มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมของตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ 4.5% (จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง) นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยส่งเสริมจากนโยบายการท่องเที่ยวของภาครัฐ มีการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการกระจายของเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น