‘โคคา’ ปรับโฉมใหม่ในรอบ 61 ปี “กลับสู่เบสิค” ผุดฟาร์มปลูกผัก เพิ่มเมนูสุขภาพ หวังขยายฐานวัยรุ่น ประเดิมสาขาแรกเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดสัปดาห์หน้า
โคคาปรับโฉมใหม่รอบ 61 ปี – น.ส.นัฐธารี พันธุ์เพ็ญโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้บริหารร้านอาหาร โคคา สุกี้ บริหารร้านในเครือโคคา เป็นรุ่นที่ 3 เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ปรับโฉมใหม่ครั้งแรกของร้านอาหารโคคา สุกี้ ในรอบ 61 ปี ให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อขยายฐานไปยังคนรุ่นใหม่อายุระหว่าง 18-25 ปี จากปัจจุบันบริษัทสามารถสร้างฐานลูกค้าอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดี

สำหรับโฉมใหม่ของร้านโคคา สุกี้ ได้ปรับร้านให้มีความสดใส ทันสมัยตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และเพิ่มเมนูอาหารใหม่ เน้นเพื่อสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่รักสุขภาพ ซึ่งวัตถุดิบส่วนหนึ่งมาจากโคคาบูทิคฟาร์ม หรือฟาร์มปลูกผักของบริษัทเองที่ได้ริเริ่มมาประมาณ 1 ปี ภายใต้รูปแบบแบ็คทูเบสิค หรือ การกลับไปสู่วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ปลูกผักเพื่อรับประทานเอง โดยบริษัทได้แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งประมาณ 10 ไร่จากทั้งหมด 20 ไร่ของโรงงานที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา มาทำฟาร์ม
“สาขาแรกที่จะเปิดให้บริการภายใต้โฉมใหม่ คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ 250 ตร.ม. ของร้านโคคา สุกี้เดิม ภายใต้งบลงทุน 15 ล้านบาท และคาดว่าจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า หลังจากปรับปรุงสาขาแรกเสร็จ ในปีหน้าบริษัทก็จะทำการปรับปรุงร้านโคคา สุกี้เพิ่มอีก 2 สาขา ที่สยามสแควร์ และสุขุมวิท 39 ซึ่งแต่ละสาขาคาดว่าจะใช้งบในการลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท”

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดร้านโคคา สุกี้ สาขาใหม่เพิ่มอีก 2 สาขา ภายใต้งบลงทุนสาขาละ 10 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่ลดลงจากเดิม เนื่องจากบริษัทมีการปรับขนาดพื้นที่ให้เล็กลง จาก 300 ตร.ม. เหลือ 100-120 ตร.ม. หลังมีการยกเลิกการทำห้องวีไอพีออกไป เพราะไม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ส่วนทำเลที่บริษัทจะเน้นเข้าไปขยายสาขาใหม่ คือ ปริมณฑล เนื่องจากยังมีช่องว่างให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก
อย่างไรก็ตาม คาดว่าสิ้นปี 2561 จะมีรายได้เติบโตที่ 6% หรือมีรายได้อยู่ที่ 450-500 ล้านบาท แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจไปบ้าง แต่หลังจากเศรษฐกิจในปี 2562 คาดว่าจะฟื้นตัวเชื่อว่าสิ้นปี 2562 น่าจะกลับมาเติบโตที่ 10%

ด้านนายพิทยา พันธุ์เพ็ญโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า นโยบายการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ยังคงเน้นการเติบโตแบบออร์แกนิก เนื่องจากบริษัทต้องการให้ธุรกิจเติบโตแบบยั่งยืน และมีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นร้อยปีเหมือนกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในยุโรป