พาณิชย์รุกตลาดจีน-อาเซียน! ฝ่าวิกฤตสงครามการค้า

ฝ่าวิกฤตสงครามการค้า

ปีหน้าพาณิชย์รุกตลาดจีน-อาเซียน! ฝ่าวิกฤตสงครามการค้า ฟุ้งทุกประเทศโปรยยาหอมพร้อมร่วมมือไทยขยายการค้าการลงทุนกับไทย ดันส่งออกปีหน้าขยายตัวตามคาด 8%

ฝ่าวิกฤตสงครามการค้า –  นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในปีหน้ากระทรวงมีนโยบายในการเดินหน้าขยายการค้าการลงทุนกับต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยในปีหน้าแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังผันผวนและสงครามการค้าก็ยังจะมีอย่างต่อเนื่องแต่ไทยจะยังคงต้องหาทางเพื่อใช้ประโยชน์จากวิกฤตดังกล่าว โดยประเทศที่จะเน้นเข้าไปทำการค้ามากที่สุดก็คือจีน เนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยนอกเหนือจากสหรัฐและญี่ปุ่น รวมทั้งจะเน้นการเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนเพราะเป็นประเทศที่อยู่ใกล้ไทยมากที่สุดแผ่นดินมีการเชื่อมโยงกัน ซึ่งจากแนวคิดดังกล่าวก็มั่นใจว่าการขยายตัวการส่งออกของไทยในปีนี้และปี 2562 จะทำได้ถึง 8%

นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า ตนมั่นใจว่าการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับภูมิภาคนี้จะยังคงสดใสเพราะทุกประเทศที่ตนเดินทางไปหารือต่างก็เห็นด้วยและพร้อมจะให้ความร่วมมือกับไทย ล่าสุด จากการเดินทางไปเยือนฮ่องกงเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเข้าพบกับนายเอ็ดเวิร์ด เยา (Edward Yau) เลขาธิการด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง เทียบเท่ากับรมว.พาณิชย์ ของฮ่องกงนั้นระบุว่าในระยะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฮ่องกงดีที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งทางฮ่องกงก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับไทยในทุกด้าน ซึ่งถือเป็นข่าวดีเพราะจะได้ใช้ศักยภาพของฮ่องกงในการขยายสินค้าของไทยไปยังตลาดจีนด้วย โดยเฉพาะสินค้าข้าวที่นับวันคู่แข่งอย่างเวียดนาม และกัมพูชาจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น

และแม้ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่ทางการฮ่องกงยังคงมั่นใจเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทย โดย ล่าสุดได้ตัดสินใจเลือกไทยเป็นประตูสู่ CLMV , ACMECS และ ASEAN โดยในเดือนก.พ.ปี 2562 ทางการฮ่องกงจะเปิดสำนักงานเศรษฐกิจการค้าของฮ่องกงประจำประเทศไทย หรือ ETO(Economic and Trade Office) ทั้งนี้ ฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของจีน ตำแหน่งที่ตั้งของฮ่องกงที่อยู่บริเวณปากแม่น้ำจูเจียง มณฑลกวางตุ้ง เปรียบเสมือนปากมังกรของจีน ทำให้ฮ่องกงกลายเป็นซูเปอร์คอนเนคเตอร์ หรือสะพานที่เชื่อมโยงนโยบายเส้นทางสายไหมยุคใหม่ (Belt and Road Initiatives) ของจีนแผ่นดินใหญ่กับโลก
อีกทั้ง ASEAN-Hong Kong Free Trade Agreement ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2562 ก็จะมีส่วนสนับสนุนให้ภาคการค้า การลงทุนระหว่างฮ่องกงและไทยเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2560 การค้าระหว่างไทยและฮ่องกง คิดเป็นมูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลล่าร์ และเป็นคู่ค้าและนักลงทุนลำดับที่ 8 ของไทย

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะร่วมมือกับร่วมมือกับประเทศคู่ค้าให้มากขึ้นในด้านต่างๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ ระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะการใช้รูปแบบการบริหารจัดการที่ดีเพื่อเชื่อมโยงสินค้าชุมชนซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ยกระดับสินค้าของไทยสู่ตลาดโลก

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศหารือเพื่อทำข้อตกลงกับประเทศต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ เช่น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศก็ให้ไปจัดทำแผนเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนต่อไป

บทความก่อนหน้านี้วุ่น! วิษณุเผย กก.ยุทธศาตร์ชาติ ไม่ต้องโชว์บัญชีทรัพย์สิน หลังจ่อลาออกเพียบ!
บทความถัดไปแอฟ เปิดใจเสียงสั่น! ไม่ใช่ไม่รู้สึก-สุดบั่นทอนใจ ปมนางเอกดังตั้งท้อง