นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่าแผนยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุค 4.0 ซึ่งเป็นโลกของการเชื่อมต่อโลกออนไลน์ทั้งหมด ในด้านผู้บริโภคบริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาแอพพลิเคชั่น เอสซี แอสเสท เพื่อตอบโจทย์คุณภาพบริการให้กับลูกค้า รวมถึงบริษัทยังมีแผนลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ กลุ่มพร็อพเทค เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุก่อสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการที่อยู่อาศัยในทุกระดับราคาภายใต้นวัตกรรม “บ้านรู้ใจ” เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่มีคุณภาพของผู้บริโภค โดยจะเริ่มจากบ้านระดับบนภายใต้เดอะ เจนทริ ซึ่งจะเปิดตัวนวัตกรรมนี้ในไตรมาส 3-4 ปีนี้

ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์

ด้านแผนการดำเนินงานมีแผนสร้างการเติบต่อของรายได้เนื่องไป 3 ปี เริ่มจากปี 2560 ที่ 14,800 ล้านบาท และเพิ่มเป็นกว่า 20,000 ล้านบาท ภายในปี 2562 โดยจะยังรักษาฐานผู้นำส่วนแบ่งตลาดของกลุ่มบ้านระดับบนและ รุกขยายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของกลุ่มตลาดระดับกลางและล่างมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียมในปีนี้จะเปิดตัวในระดับราคาต่อตร.ม. 1.2-2.5 แสนบาท ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีผ่านมา

สำหรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้ เตรียมตัว 17 โครงการ มูลค่ารวม 27,000 ล้านบาท โดย 2 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียมซึ่งบริษัทได้เลื่อนเปิดขายมาจากปีที่แล้ว มูลค่ารวม 8,780 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการทเวนตี้ เอท ชิดลม มูลค่า 8,000 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยต่อตร.ม. 350,000 บาท และโครงการแชมเบอร์ เฌอ รัชดาฯ-รามอินทรา มูลค่าโครงการ 780 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท ส่วนอีก 15 โครงการ เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ

ในครึ่งปีแรก จะเปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 4 โครงการ และ คอนโดมิเนียม 2 โครงการ ส่วนครึ่งปีหลังเปิด 11 โครงการ เป็นโครงการแนวราบ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้บริษัทวางเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 16,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 38% นอกจากนี้ยังมีอาคารสำนักงานแห่งใหม่เอสซี ทาวเวอร์ พื้นที่เช่า 12,000 ตร.ม. ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 100 % ในอัตราค่าเช่าอยู่ที่ 680 บาท/ตร.ม. และพร้อมเปิดดำเนินการในปลายไตรมาส 1 นี้ โดยพื้นที่บางส่วนจะเป็นสำนักงานใหม่ของเอสซีฯ

นายณัฐพงศ์ กล่าวอีกว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังมีความท้าทายของภาคธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยและอสังหาริมทรัพย์ทั้งในระยะกลางและระยะยาว โดยมุมมองในระยะสั้น ต้องจับตา 2 เรื่องสำคัญ คือ หนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังมีสัดส่วนต่อจีดีพีสูง ซึ่งอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสำหรับลูกค้าบ้านเดี่ยวของบริษัทเริ่มสูงขึ้นในระดับ 8-10% ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมอยู่ที่ 1%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน