ปีใหม่ : เจาะที่สุด-ข่าวเด่นเศรษฐกิจ 2561 รัฐบาลสายเปย์-เปิดไอคอนสยาม

ปีใหม่ : เจาะที่สุด-ข่าวเด่นเศรษฐกิจ 2561 รัฐบาลสายเปย์-เปิดไอคอนสยาม

เจาะที่สุด-ข่าวเด่นเศรษฐกิจ 2561

รัฐบาลสายเปย์-เปิดไอคอนสยาม

เจาะที่สุด – รัฐบาลสายเปย์แจกไม่อั้น

ในปี 2561 เป็นปีที่รัฐบาลชุดปัจจุบันแปลงร่างเป็น ‘ซานตาคลอส’ แจกของขวัญปีใหม่กันอุตลุด ทั้งบัตรคนจน เพิ่มเบี้ยคนชรา แจกเงินของขวัญปีใหม่

แต่ที่ได้แบบจั๋งหนับสุดๆ ต้องยกให้กลุ่มเกษตรกร เนื่องจากสินค้าเกษตรราคาตกต่ำอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงใกล้สิ้นปี อัดฉีดกันแหลก

อาทิ ยางพาราที่ราคาตกต่ำเกือบ 4 กิโลกรัม 100 บาท คณะรัฐมนตรี (ครม.) แจกเงินให้เกษตรกร 1,800 บาท/ไร่ ไม่เกิน 15 ไร่/ราย แบ่งให้เจ้าของสวนยาง 1,100 บาท/ไร่ ให้คนกรีดยาง 700 บาท/ไร่ รวมเงินเกือบ 1.8 หมื่นล้านบาท

เจาะที่สุด-ข่าวเด่นเศรษฐกิจ 2561

ชาวสวนปาล์ม ครม.ให้งบประมาณ 3.45 พันล้าน แจก 1,500 บาท/ไร่ ไม่เกิน 15 ไร่/ครัวเรือน ระยะเวลา 10 เดือน ตั้งแต่เดือนธ.ค.2561-ก.ย.2562

ผู้ปลูกยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบเฉพาะฤดูกาลผลิต ปี 61/62 จำนวน 13,557 ราย รัฐบาลก็จ่ายเงินช่วยเหลือในอัตรา 70% ของรายได้ที่ขาดหายไปรวมเป็นเงิน 159.59 ล้าน

ส่วนราคาข้าวแม้ว่าทั้งปีจะดูดี แต่รัฐบาลดันนโยบายชะลอขายหรือ ‘จำนำยุ้งฉาง’ เป้าหมาย 2 ล้านตันข้าวเปลือก งบประมาณทั้งสิ้น 22,506 ล้านบาท

พาณิชย์ระบายข้าวเกลี้ยง

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้า ต่างประเทศ (คต.) ผลงานเด่นที่ได้ทำในปี 2561 ที่ผ่านมาก็คือ การระบายข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวได้หมดสต๊อก รวม 17.6 ล้านตัน ทำให้รัฐไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่า ค่าจัดเก็บ และอื่นๆ กว่า 93,000 ล้านบาท ซึ่งการระบายข้าวครั้งนี้มีมูลค่ากว่า 1.46 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังประสบความสำเร็จในการผลักดันการ ส่งออกข้าวของไทยให้ได้ตามเป้าหมายคือ 11 ล้านตัน เนื่องจากประเทศผู้นำเข้าข้าวยังมีคำสั่งซื้อข้าวไทยอย่างต่อเนื่อง

เจาะที่สุด-ข่าวเด่นเศรษฐกิจ 2561

สำหรับแนวโน้ม ตลาดข้าวในปีหน้ามั่นใจว่าผู้นำเข้าข้าวต่างประเทศมีความต้องการข้าวไทย เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย รวมทั้งประเทศในแถบแอฟริกา รวมทั้งมีปัจจัยบวกคือ เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าส่งผลให้ราคาข้าวไทยอยู่ในระดับที่แข่งขันได้

คุมสินเชื่อบ้าน-อสังหาฯป่วน

ข่าวเด่นอสังหาริมทรัพย์ในรอบปี 2561 ที่ทำเอาผู้ประกอบการต่างตาค้างกันคงหนีไม่พ้นเรื่องการคลอดมาตรการคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย มีผล 1 เม.ย. 2562 กำหนดการวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ หรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) แบ่งเป็น

กรณีที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท หากเป็นสัญญากู้ที่อยู่อาศัยหลังแรกอยู่ที่ 0% คือไม่เปลี่ยนแปลงกู้ได้ 100% แต่กรณีสัญญากู้หลังที่ 2 (ผ่อนสัญญาแรกยังไม่หมด) หากผ่อนมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป ต้องวางดาวน์ 10% แต่ถ้าผ่อนสัญญาแรกยังไม่ถึง 3 ปี ต้องวางดาวน์ 20%

ส่วนสัญญากู้ที่อยู่อาศัยหลังที่ 3 ขึ้นไป ต้องวางดาวน์ 30% สำหรับกรณีที่อยู่อาศัยที่ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป สัญญากู้ที่อยู่อาศัยหลังที่ 1-2 ต้องวางดาวน์ 20% สัญญากู้หลังที่ 3 ขึ้นไป วางดาวน์ 30% ทุกระดับราคา

ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการดังกล่าวเพราะกังวลความ ร้อนแรงของราคาคอนโดมิเนียมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับที่ผ่านมาอัตราหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล สินเชื่อที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เกรงว่าจะนำไปสู่ภาวะฟองสบู่จากการเก็งกำไร

อลังการ‘ไอคอนสยาม’

เจาะที่สุด-ข่าวเด่นเศรษฐกิจ 2561

ที่สุดของโครงการยักษ์แห่งวงการค้าปลีก-อสังหาริมทรัพย์ ของปี 2561 กับการเปิดตัว “ไอคอนสยาม” โครงการที่มีมูลค่าถึง 54,000 ล้านบาท จากการร่วมกัน ของยักษ์ใหญ่วงการธุรกิจไทย บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

พัฒนาพื้นที่กว่า 750,000 ตร.ม. ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การค้า 2 อาคาร ที่รวบรวมร้านค้าปลีกแบรนด์ชื่อดังระดับแนวหน้าของโลก และของไทยกว่า 7,000 แบรนด์ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ และนำเสนอสินค้าสุดพิเศษเฉพาะที่ไอคอนสยาม

พร้อมกันนี้ยังมีคอนโดมิเนียมหรู 2 อาคาร และ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยามที่จะเป็นแม่เหล็กของโครงการ เพื่อดึงดูดลูกค้าคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เพียงแค่วันแรก 10 พ.ย.ที่เปิดให้บริการมีลูกค้าเข้ามาทะลุกว่า 2 แสนคนเกินเป้าหมาย ทำให้ไอคอนสยามกลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของ นักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นแลนด์มาร์ก แห่งใหม่ของไทยไปแล้ว

สารพัดปัญหาฉุดท่องเที่ยวจีน

หลังเกิดโศกนาฏกรรมเรือ “ฟีนิกซ์” ล่มที่ภูเก็ต ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 ราย จนเกิดกระแสต่อต้านการมาเที่ยวเมืองไทย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง

แต่ความวัวยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อเกิดปัญหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ด่าน ตม.ดอนเมือง วิวาทกับนักท่องเที่ยวจีน และเจอซ้ำอีกดาบด้วยการเตือนไข้เลือดออกระบาดในไทย 3 ปัญหา คือ เรือล่ม, ตบนักท่องเที่ยว, ไข้เลือดออก ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนหายไปเป็นล้านคน

นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทย ปีละจำนวนมหาศาล คิดเป็นราวๆ 30% ของจำนวนและรายได้ทั้งหมดของ นักท่องเที่ยวต่างประเทศมาเมืองไทย โรงแรม บริษัททัวร์และธุรกิจต่อเนื่อง จากการท่องเที่ยวต่างเดือดร้อน ยื่นหนังสือเพื่อให้รัฐบาลช่วยเหลือ จนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกการเก็บค่าทำ VOA 21 ประเทศ ระหว่างวันที่ 15 พ.ย.-15 ม.ค.2562

ตลาดรถยนต์ไทยสุดไฉไล

ปี 2561 หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ยิ้มแป้นมากที่สุดต้องยกให้รถยนต์ เพราะตัวเลขยอดขายเป็นบวกมาตั้งแต่ต้นปี หลังกัดฟันกันมานานถึง 5 ปีที่ยอดขายร่วงลงตลอด

จวบจนย่างเข้าเดือนสุดท้ายของปี ทุกค่ายต่างประสานเสียงกันว่ายอดขายตลาดรวมรถยนต์ในปีนี้ทะลุ 1 ล้านคันแน่นอน หรือเติบโตขึ้นประมาณ 20% และเป็นยอดขายเกิน 1 ล้านคันตามธรรมชาติ ไม่ได้ไปนำดีมานด์เทียมที่ไหนมาช่วยดัน

มีหลายปัจจัยที่ทำให้ตลาดรถยนต์ขยายตัว ส่วนหนึ่งมาจากการปลดล็อกเงื่อนไขครอบครองรถยนต์ในโครงการรถคันแรกเกิน 5 ปี ประกอบกับมีรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามากระตุ้นความต้องการกันอย่างต่อเนื่อง

นอกจากตัวเลขยอดขายรถยนต์ที่ขยายตัวอย่างมาก จนสร้างความปลาบปลื้มไปถ้วนทั่วเท่านั้น แต่ปีนี้ยังเป็นปีแห่งการเปิดศักราชการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากที่ค่ายนิสสันเปิดตัว “ลีฟ” รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกที่บ้านเรา รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการเร่งติดตั้งสถานีอัดประจุ ไฟฟ้าไว้รองรับการใช้งานกันอย่างเต็มที่

เปิดเดินรถไฟฟ้าสีเขียวใต้

นับเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ ส่งท้ายปีให้กับคน กทม.และสมุทรปราการ สำหรับการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ แบริ่ง -สมุทรปราการ ระยะทาง 13 ก.ม. เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.นี้ ที่งานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตัดริบบิ้นเอง นับเป็นรถไฟฟ้าเส้นทางแรกที่มีเส้นทางเชื่อมไปยังทะเล เพราะสถานีสุดท้ายไปไกลถึงการเคหะสมุทรปราการ ใกล้กับสถานที่ตากอากาศบางปู

ช่วง 4 เดือนแรก คือ 6 ธ.ค.61-15 เม.ย. 2562 กรุงเทพมหานครในฐานะเจ้าของโครงการเปิดให้ทดลองใช้ฟรี หลังทดลองวิ่งเสร็จจะเก็บเงินค่าโดยสารตลอดสายทางสูงสุดไม่เกิน 65 บาท

ส่วนอีกข่าวใหญ่ของกระทรวงคมนาคม คือการลาออกของ 2 อธิบดีกรมเกรดเอ ประท้วงคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย ครม.ลุงตู่ นำโดยนายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง ชวนเพื่อนซี้ นายสนิท พรหมพงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ไขก๊อกพร้อมกัน

หลังจาก ครม.เด้งนายธานินทร์ไปนั่งตบยุงตำแหน่งรองปลัดแทน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เป็นตัวเก็งนั่งเจ้ากระทรวง ส่วนนายสนิทก็เด้งให้นั่งรองปลัดเช่นกัน แม้ว่า รมว.คมนาคมจะเรียกทั้ง 2 คนมาคุยให้อยู่ต่อแต่ก็ไม่สำเร็จ

บทความก่อนหน้านี้เข้าทางบางทีม! ไก่เดือยทอง นำก่อนแต่โดน หมาป่า พลิกขย้ำคารังเฉย
บทความถัดไปข่าวข้นคนเข้ม : ขณะที่ กทม. ก็ไม่ราบรื่น เหนือ-ภาคกลาง สะดุดปังตอ หลายเขต อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องนั่งกุมขมับ ที่ หัวหน้ามาร์ค ปอดกระเส่ามากที่สุด เลือกตั้งแพ้นะรู้อยู่แล้ว แต่จะ ปวดตับ มากเป็นไหนๆ หลังเสร็จศึกแล้ว ปชป. จะเกิด “งูเห่าภาค 2”