ส่อง‘ท่องเที่ยวไทย’-เป้า3.4ล้านล. ผุด‘อะเมซิ่งไทยเท่’ฝ่าสงครามการค้า : รายงานพิเศษ
ส่อง‘ท่องเที่ยวไทย’ – ‘ท่องเที่ยว’ ยังคงเป็นอีกหนึ่งเสาหลักนำรายได้เข้าประเทศไทย ในปี 2561 คาดว่ารายได้รวมทะลุ 3 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดต่างประเทศ 2 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 38 ล้านคน ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวไทยมีรายได้ 1 ล้านล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวไทย 167 ล้านคน-ครั้ง
แม้จะมีสารพัดปัญหาเกิดขึ้นกับตลาดหลัก อย่างตลาดจีน อาทิ เหตุการณ์เรือล่ม ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2561 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 47 ราย จนเกิดความไม่พอใจให้กับนักท่องเที่ยวจีนวิกฤตความเชื่อมั่น
ไม่ใช่เพียงเรื่องเรือล่มยังมีเรื่องไข้เลือดออก ซ้ำร้ายมีเรื่องของนักท่องเที่ยวจีนถูกทำร้ายที่ดอนเมือง จนเป็น 3 เรื่อง ทำให้วิกฤตความเชื่อมั่นกับการท่องเที่ยวไทยในกลุ่มของคนจีน จนรัฐบาลต้องระดมทุกสรรพกำลัง เพื่อจะฟื้นความเชื่อมั่น
หนึ่งในเครื่องมือคือมาตรการด้านวีซ่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เริ่มด้วยมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival : VoA) แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 20 ประเทศ กับอีก 1 เขตเศรษฐกิจ เป็นระยะเวลา 60 วัน เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.2561 ถึงวันที่ 13 ม.ค.2562 หวังดึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีน
ขณะที่มาตรการด้านวีซ่าอื่นๆ ที่ ครม.ใจป้ำประกาศเพิ่ม เช่น มาตรการ “ดับเบิล เอนทรี วีซ่า” (Double Entries Visa) แก่นักท่องเที่ยวที่ขอวีซ่าแบบสามารถเดินทางได้ครั้งเดียว ณ สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย
สามารถเดินทางเข้าไทยได้ 2 ครั้งภายใน 6 เดือน คิดค่าธรรมเนียมอัตราเดิมคือคนละ 1,000 บาท มีกำหนดระยะเวลาการขอรับวีซ่าที่สถานทูตเป็นระยะเวลา 2 เดือน หากประกาศเริ่มใช้ในช่วงสงกรานต์ ก็จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นปีหน้าได้
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) กล่าวว่า ในปี 2562 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะยังเป็นพระเอกหรือกลไกหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ต่อไป

นายยุทธศักดิ์ สุภสร
ททท.ยืนยันเป้าหมายรายได้รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทยรวม 3.4 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ตลาดต่างประเทศ 2.2 ล้านล้านบาท จากเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนไทย 40 ล้านคน
ขณะที่รายได้จากตลาดในประเทศ วางเป้าหมายที่ 1.18 ล้านล้านบาท มีนักท่องเที่ยวไทย 179 ล้านคน-ครั้ง โดยเติบโต ไม่ต่ำกว่า 10%
สำหรับความท้าทายของการทำตลาดไทยเที่ยวไทยในปี 2562 นอกเหนือจากผลกระทบสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยบางส่วนแล้ว นักท่องเที่ยวไทยยังมีแนวโน้มเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ มากขึ้น
ททท.จึงต้องเร่งกระตุ้นการทำตลาดไทยเที่ยวไทย ผ่านแคมเปญเรือธง ในการสื่อสารการตลาดอย่าง “อะเมซิ่ง ไทยเท่” หนึ่งในนั้นคือโครงการ “อะเมซิ่ง ไทยเท่” “เที่ยวเท่ๆ แบบไทยๆ” นำเสนอคอนเทนต์การท่องเที่ยววิถีไทยแบบลึกซึ้งถึงประสบการณ์ท้องถิ่น ในการดึงดูดความสนใจ นักท่องเที่ยวกลุ่มเจนวายและอื่นๆ
อยู่ภายใต้แผน 2 เรื่องหลัก
1.มุ่งกระตุ้นการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อทริป ชูอัตลักษณ์ ท้องถิ่นมาพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวใหม่ๆ
2.เน้นแก้ปัญหาความไม่สมดุล ด้วยการกระจาย นักท่องเที่ยว ทั้งในมิติของเวลา ผลักดันให้เดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา และมิติของพื้นที่ ผลักดันให้ไปเที่ยวเมืองรอง เพื่อลดความหนาแน่นในเมืองท่องเที่ยวหลัก
นอกจากนี้ นายยุทธศักดิ์ ยังมอบให้สำนักงานในประเทศ คิดแคมเปญสื่อสารการตลาดในแต่ละจังหวัด เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นจุดขายของทุกจังหวัด เหมือนกับ “ทุกสิ่งสร้างสรรค์ ณ กาฬสินธุ์” และ “แม่ฮ่องสอน ผ่อนคลาย” รวมถึงจัด อีเวนต์ส่งเสริมการตลาด โดยไฮไลต์ในช่วงต้นปีคืองานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ตั้งแต่วันที่ 23-27 ม.ค.2562 ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ
“ปี 2562 ททท.วางเป้าการเติบโตของรายได้ท่องเที่ยวเมืองรองไม่ต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีนี้ ด้วยการอาศัยการเติบโตเชิงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 15-20% เป็นตัวช่วยผลักดัน โดยเฉพาะการเพิ่มความถี่ให้สูงกว่าการเติบโต ของรายได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยว เช่น ที่พักและ ค่าครองชีพในเมืองรองยังถูกกว่าเมืองหลักอยู่มาก”
ด้าน นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า คาดว่าปี 2562 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 40.37 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.54% เมื่อเทียบกับปีนี้ สร้างรายได้รวมกว่า 2.29 ล้านล้านบาท และจากมาตรการภาครัฐในการกระตุ้น การท่องเที่ยวในช่วงปลายปี เช่น VoA ที่ส่งผลดีถึงภาพรวมการท่องเที่ยว

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร
โดยปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2561 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยคาดการณ์ เมื่อไตรมาส 3 ที่ผ่านมาไว้ที่ 37.19 ล้านคน เป็น 38.25 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 1.06 ล้านคน คิดเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท
เมื่อดูเฉพาะไตรมาส 1 ปี 2562 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว ต่างชาติ 10.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 0.85% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีนี้ และคาดด้วยว่าดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาสเดียวกันนี้จะเท่ากับ 100 ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงปกติอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สทท.สำรวจความคิดเห็นจากตัวแทนผู้ประกอบการเอกชนท่องเที่ยว ผ่านดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ในไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 100 ซึ่งอยู่ในระดับปกติ และทรงตัวจากที่ประเมินไว้ในไตรมาส 4 นี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งเสริม ททท. และการขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) รวมถึงผู้ประกอบการบางส่วนคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะอ่อนค่าลงบ้างซึ่งจะช่วย “ลดแรงกดดัน” ต่อกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการยังกังวลในไตรมาส 1 ปี 2562 ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจไทยที่อาจฟื้นตัวช้า การแข่งขันในธุรกิจท่องเที่ยวที่รุนแรง ขึ้น และต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ ผู้ประกอบการมีความกังวลมาโดยตลอด
ผู้ประกอบการระบุด้วยว่าในไตรมาส 1 มีแผนจะปรับเป้าหมายการดำเนินงาน 39% ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มธุรกิจ
โดยพบว่าส่วนใหญ่เริ่มมีแนวโน้มระบุว่าจะปรับเพิ่มเป้าหมาย แต่ยังมีธุรกิจโรงแรมที่ระบุว่าอาจจะยังคงเป้าหมายเดิมไว้ ขณะที่ธุรกิจนำเที่ยว ในประเทศระบุว่าจะปรับลดเป้าหมายลง สอดคล้องกับความกังวลของผู้ประกอบการที่มีต่อภาวะ การท่องเที่ยวในประเทศ
ทั้งนี้ ยังมีธุรกิจส่วนน้อยระบุว่าจะปรับเพิ่มราคา สินค้า ซึ่งคาดว่ามาจากการแข่งขันภายในธุรกิจที่ยังรุนแรง ยกเว้นก็แต่ธุรกิจสปาและนวด รวมถึงธุรกิจขายของที่ระลึกที่ยังสามารถปรับราคาขึ้นได้บ้าง
สำหรับกลยุทธ์หรือการลงทุนใหม่ๆ นั้น มี ผู้ประกอบการกว่า 36% ที่จะลงทุนเพิ่ม วางแผนทั้งการจัดหาสินค้าและบริการใหม่ๆ ลงทุนเพื่อการประชาสัมพันธ์ และบางส่วนลงทุนเพื่อขยายกิจการ
นอกจากนี้ธุรกิจที่ไม่ลงทุนเพิ่มยังมีการปรับกลยุทธ์ด้วยการทำตลาดออนไลน์และใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก นับเป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจเน้นหนักมากขึ้นต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่มีการสำรวจ
ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวไทยพบว่า วางแผนการเดินทาง ท่องเที่ยวในประเทศช่วงไตรมาส 1 ปีหน้าที่ 25% โดยมีสัดส่วนใกล้เคียงกับแนวโน้มในปีก่อนๆ ทั้งนี้นักท่องเที่ยว ที่มีแผนการท่องเที่ยวแล้ว
ส่วนใหญ่กว่า 50% วางงบประมาณที่จะใช้ในการท่องเที่ยวไตรมาส 1 ใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปีนี้ แต่มีนักท่องเที่ยวบางส่วน หรือ 38% ระบุว่าจะลดการใช้จ่ายลง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในประเทศส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่าย
นักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางในไตรมาส 1 ปีหน้า ส่วนใหญ่กว่า 50% เป็นการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดที่ห่างไกล ต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางหรือต้องเดินทาง ทางอากาศ จุดหมายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไตรมาสที่ 1 ปีหน้า ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30% รองลงมาคือภาคกลาง 20% และภาคเหนือ 18%
ปี 2562 แม้รัฐบาลจะประกาศให้การท่องเที่ยวยังเป็นพระเอก ดูดเงินผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
ประเทศคู่แข่งก็ใช้ทุกสรรพกำลังเพื่อดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะจีน ที่ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดแล้วในยามนี้