ครม.ไฟเขียวคุมราคา ยา-เวชภัณฑ์ หลังกระทรวงพาณิชย์ได้รับร้องเรียนจากภาคประชาชนเกี่ยวกับปัญหาค่ายา และค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลสูงเกินจริง จี้ประชุมผู้เกี่ยวข้องหาข้อสรุปราคา

ไฟเขียวคุมราคา ยา-เวชภัณฑ์ – นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เพิ่มรายการสินค้าและบริการควบคุม 2 รายการ คือ 1. เวชภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาโรค (หมวดยารักษาโรคและเวชภัณฑ์) เพื่อให้มีการกำกับดูแลให้ครอบคลุมถึงเวชภัณฑ์ ซึ่งเป็นวัสดุหรืออุปกรณ์ที่จำเป็น และมีการใช้ในการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก อาทิ ผ้าพันแผล สายน้ำเกลือ เข็มฉีดยา เป็นต้น และ 2. บริการรักษาพยาบาล บริกรทางการแพทย์ และบริการอื่นๆ ของสถานพยาบาล เกี่ยวกับการรักษาโรค (หมวดบริการ) เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ได้รับร้องเรียนจากภาคประชาชนเกี่ยวกับปัญหาค่ายา และค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลสูงเกินจริง

ทั้งนี้ การกำหนดสินค้าและบริการคบคุมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ครม. ได้กำหนดสินค้าและบริการควบคุมปี 2562 จำนวน 52 รายการ แบ่งเป็นสินค้า 46 รายการ และบริการอีก 6 รายการ ซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบการปรับปรุงบัญชีสินค้าควบคุมดังกล่าว โดยให้ยกเลิกรายการสินค้าควบคุม 4 รายการ คือ เยื่อกระดาษ แบตเตอรี่รถยนต์ เม็ดพลาสติก และน้ำตาลทราย

“ครม. ไม่ได้มีการกำกับอะไรเป็นพิเศษ แต่ขอให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการที่ประกอบด้วย ผู้ที่เกี่ยวข้องขึ้นมาหนึ่งชุด ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อมาพิจารณาแนวทางที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ในการดำเนินงานร่วมกันที่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะไม่แทรกแซงราคา แต่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะไม่ได้กำหนดราคาเพดานสำหรับบริการทางการแพทย์แต่อย่างไร ซึ่งแนวทางข้อสรุปจะได้จากการหารือกับอนุกรรมการฯ ที่จัดตั้งขึ้นต่อไป”

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนี้ต่อไปจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะดำเนินการให้เร็วที่สุด ที่จะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษที่ ครม. ให้มีการแต่งตั้งภายใต้ชื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาราคายาและเวชภัณฑ์ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ และค่าบริการอื่นของสถานพยาบาล เพื่อพิจารณาความพร้อมก่อนที่จะกำหนดมาตรการที่เหมาะสม ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สำหรับคณะอนุกรรมการฯ ประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กรมบัญชีกลาง สมาคมโรงพยาบาลเอกชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมาคมประกันชีวิต สมาคมประกันวินาศภัย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์

“นายกฯ ได้สอบถามว่าการขึ้นบัญชีสินค้าควบคุมครั้งนี้ โดยเฉพาะในรายการยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ รวมทั้งการบริการทางการแพทย์นี้ ไม่ได้หมายความว่า ภาครัฐจะควบคุมตั้งแต่วันนี้ เพียงแต่ขึ้นบัญชีเอาไว้ก่อนเพื่อให้กระทรวงพาณิชย์ไปดำเนินการต่อไปได้ เพราะการควบคุมจะต้องมีคณะอนุฯ ที่มาจากภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งผู้บริโภค ตัวแทนโรงพยาบาล ผู้ที่อยู่ในวิชาชีพด้านสาธารณสุข จะอยู่ในคณะอนุฯ ชุดนี้ เพื่อจะร่วมกันหาแนวทางเพื่อมาควบคุมต่อไป โดยคาดว่า กระทรวงพาณิชย์จะนัดประชุมอย่างเร็วที่สุด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน