เอสซีจี อ่วมไตรมาสแรกรายได้ลด 5% ฉุดกำไรลด 6% คาดยอดขายปีนี้วืดเป้า

เอสซีจีอ่วมรายได้ลด 5%

เอสซีจีรับรายได้ส่อวืดเป้า จ่อรื้อประมาณการใหม่ หลังไตรมาสแรกรายได้ลด 5% ฉุดกำไรลด 6%

เอสซีจีอ่วมรายได้ลด 5% – นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2562 มีรายได้จากการขาย 112,379 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5% ส่งผลให้กำไรอยู่ที่ 11,662 ล้านบาท ลดลง 6% เนื่องจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลงตามความต้องการในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงชัดเจน สะท้อนสัญญาณตลาดเคมีภัณฑ์ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามเพื่อประกอบการทบทวนเป้าหมายยอดขายปีนี้อีกครั้งว่าจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ 5% หรือไม่

“ขณะนี้ยอมรับว่าเป้าหมายยอดขายปีนี้ที่ตั้งไว้ 5% ไม่น่าจะไหว เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกับปีก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าอีก 3 ไตรมาสที่เหลือจะกวดทันหรือไม่ เนื่องจากความต้องการในตลาดของสินค้าแต่ละตัวอ่อนตัวลง ทำให้เกิดส่วนต่างราคาสินค้าปรับตัวลดลงตามไปด้วย ส่วนงบลงทุน 6 หมื่นล้านบาทยังคงเดิมเพราะเป็นแผนการลงทุนขนาดใหญ่ที่วางไว้”

นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบตลาดโลกอ้างอิงตลาดเบรนท์ที่ปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากต้นปีอยู่ที่ประมาณ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้มีความกังวลว่ามีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอีกเร็วๆ นี้ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจ

โดยหากแยกผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2562 ตามรายธุรกิจ พบว่าธุรกิจเคมิคอลส์มีรายได้จากการขาย 46,240 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13% ธุรกิจแพ็กเกจจิ้งมีรายได้ 21,127 ล้านบาท ลดลง 4% ขณะที่ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีรายได้ 48,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ตามการขยายตัวของตลาดซีเมนต์ในประเทศที่คาดว่าไตรมาส 2/2562 จะขยายตัวได้ใกล้เคียงกับไตรมาสแรก แต่ช่วงเดือนเม.ย. เป็นเดือนที่วันหยุดต่อเนื่องหลายวัน จึงต้องประเมินปัจจัยต่างๆ ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. อีกครั้ง

นายรุ่งโรจน์ กล่าวว่า แม้เบื้องต้นจะประเมินภาพรวมการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีจะขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย แต่หวังว่าจะมีแรงกระตุ้นจากการลงทุนภาครัฐเข้ามาต่อเนื่อง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงมากนักไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะเข้ามาเป็นรัฐบาล เพราะหลายโครงการได้มีการประมูลเรียบร้อยแล้ว ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง จึงมองภาพรวมเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

บทความก่อนหน้านี้สามเอ ไก่ย่างห้าดาว เปิดใจชีวิตรัก “น้องแตงโม” 10 ปีรักเราไม่เก่าเลย
บทความถัดไปบิ๊กโจ๊ก เตรียมเข้าสำนักนายกฯ ออฟฟิศสำหรับบุคคลได้รับคำสั่งพิเศษ ปลัดเผยงานใหม่