แหล่งข่าวจาก บมจ.ทีโอที เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท กรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกรุงเทพมหานคร(กทม.)เตรียมลงนามในสัญญากับบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ในการติดตั้งโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินของ กทม.มูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว กำลังถูกจับตาจากวงการโทรคมนาคมว่าเป็นการนำสัมปทานไปให้เอกชนเพียงรายเดียวดำเนินการ ซึ่งไม่เป็นไปตามมติของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(ดีอี)

ก่อนหน้านี้ที่ให้กทม.เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระเบียบและนำสายสื่อสารระโยงระยางลงใต้ดิน ซึ่ง ทีโอที และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีโครงการก่อสร้างระบบท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาทอยู่แล้ว และเป็นแผนที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการดีอี โดยจัดตั้งคณะทํางานศึกษาและจัดทำโมเดลร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) เพื่อที่จะหาโมเดลที่เหมาะสมรองรับ
“การที่ กทม.ให้สัมปทานวางโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินเอกชนเพียงรายเดียวดังกล่าว น่าจะเป็นการดำเนินการที่ขัดแย้งกับมติคณะกรรมการดีอีและนโยบายรัฐบาล เพราะแทนที่รัฐบาลและกทม.จะส่งเสริมสนับสนุนบทบาทของทีโอทีในการดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อให้ทีโอทีมีรายได้เลี้ยงตัวได้ แต่กทม. มีหนังสือเวียนไปยังทุกสำนักงานเขตห้ามหน่วยงานอื่นๆ ก่อสร้างหรือขุดขยายถนนเพื่อติดตั้งท่อรัอยสายสื่อสารใต้ดิน รวมทั้งการพาดสายสื่อสารใดๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเท่ากับเป็นการปิดกั้น การดำเนินโครงการของทีโอทีและและสมาคมโทรคมนาคมไปโดยปริยาย เพื่อหวังให้ผู้ใช้บริการทุกรายจะต้องมาเช่าใช้โครงข่ายท่อร้อยสายที่ กทม.กำลังดำเนินการอยู่นี้”
แหล่งข่าวกล่าวว่าล่าสุดทางบริษัท กรุงเทพธนาคม เสนอราคาค่าเช่าท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินมาแล้ว ซึ่งแพงกว่าราคาที่ทีโอที เสนอให้กับบริษัทสื่อสารและผู้ให้บริการสายสื่อสารก่อนหน้านี้ถึง 3 เท่า จึงทำให้ทั้งทีโอทีและสมาคมโทรคมนาคม เตรียมทำเรื่องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาลได้ทบทวนโครงการดังกล่าว