จับตาสัมปทานท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ชี้อาจเสี่ยงปัญหาพ.ร.บ.ร่วมทุนรัฐ-เอกชน

จากกรณีที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้ดำเนินโครงการท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท และเตรียมเซ็นสัญญากับเอกชนรายหนึ่งให้เข้ามาเป็นผู้รับเหมาโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินทั้งหมดไปทำการตลาดระยะเวลา 30 ปี ล่าสุดวันที่ 18 มิ.ย. กทม. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดตัวโครงการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในเขตกทม.

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา พล.ต.อ.อัศวิน ชวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. ลงนามในประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องการปฏิบัติให้ถูกต้องตามประกาศมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัตรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ.2535 เนื้อหาระบุว่า การติดตั้งตากวางหรือแขวนสิ่งของในใดบนที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงาน เป็นความผิดซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจ สั่งให้ผู้กระทำปลดหรือถอนภายในเวลาที่กำหนด

ถ้าผู้นั้นละเลย เพิกเฉย นอกจากจะมีความผิดฐานขัดคำสั่งของเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป ตาม มาตรา 39 ประกอบมาตรา54 แห่ง พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ.2535 และต้องชำระค่าปรับวันละหนึ่งหมื่นห้าพันบาทตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539มาตร 63/23(2)

แหล่งข่าวจาก บมจ.ทีโอที ระบุว่าการออกประกาศดังกล่าว ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนรายเดียวที่มีสิทธิ์ให้บริการท่อร้อยสายทั่วกทม. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ทีโอที มีแผนแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่แล้วในโครงการ‘มหานครอาเซียน’ ลงทุนวางท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในเขตกรุงเทพฯ และหารือร่วมกับบริษัทสื่อสารเอกชน 7 รายเพื่อเชิญชวนให้มาใช้ท่อร้อยสายดังกล่าว แต่ยังติดขัดในเรื่องอัตราค่าบริการเช่าท่อที่บริษัทเอกชนท้วงติงว่าสูงเกินไป

“การดำเนินการของกทม.ในการให้บริษัทกรุงเทพธนาคม รับหน้าเสื่อก่อสร้างโครงขายท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน และให้เอกชนเข้ามารับสัมปทานทำการตลาดให้ 30 ปี ยังคงมีปัญหาข้อกฎหมายว่าเป็นการให้สัมปทานที่เข้าข่ายตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562หรือพ.ร.บ.พีพีพีหรือไม่ เนื่องจากโครงการนี้มีการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท และมีระยะเวลาสัมปทานถึง 30 ปี”

บทความก่อนหน้านี้งานกาชาดวุ่น ลม-ฝนถล่มปัตตานี พัดเต็นท์ข้าวของกระจาย
บทความถัดไปเปิดเงินเดือน ผบ.เหล่าทัพ ยุคคสช.สุดอู้ฟู่ รับเนื้อๆ 3 ทาง เดือนละหลายแสน!