ททท. ปรับเป้ารายได้ทั้งปีหด 2 หมื่นล้าน โอดศึกในศึกนอกกระหน่ำ สั่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายระดมกำลังปั๊มตัวเลขครึ่งปีหลังมากขึ้น

ททท. หืดจับ นักท่องเที่ยวหด – นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยในงานประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการ ททท. ประจำปี 2563 ว่า ททท. มอบนโยบายให้ผู้บริหาร และผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. ในทุกภูมิภาคทั่วโลกหาทางกระตุ้นการท่องเที่ยวปี 2562 ที่เหลืออยู่ ที่การท่องที่ยวไทยต้องเผชิญกับสารพัดปัญหา ตั้งแต่กรณีเรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อช่วงปลายปีก่อน เรื่อยมาถึงสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว การแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาท ราคาน้ำมันอยู่ในทิศทางขาขึ้น และสถานการณ์การเมืองในประเทศหลังเลือกตั้ง ที่ส่งผลให้การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ล่าช้า

ทั้งนี้ ปี 2562 ททท. ได้ปรับเป้าคาดการณ์รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงทั้งปี 20,000 ล้านบาท จากเป้าเดิม 3.4 ล้านล้านบาท เหลือ 3.38 ล้านล้านบาท ขยายตัว 9.5% แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.21 ล้านล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศ 1.17 ล้านล้านบาท ซึ่งเป้าหมายดังกล่าว ททท. จะต้องเร่งทำให้ได้ ส่วนปี 2563 ตั้งเป้าหมายสร้างรายได้รวม 3.72 ล้านล้านบาท ขยายตัว 10% โดยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.43 ล้านล้านบาท และรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศ 1.29 ล้านล้านบาท

ททท. ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และความไม่แน่นอน เมื่อปัจจัยภายนอก เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยปัญหา และยังมีข้อจำกัดของปัจจัยภายในประเทศ เช่น คุณภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การขาดสมดุลของระบบนิเวศ ในขณะที่รายได้เติบโตมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นหลัก ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริปทั้งชาวต่างชาติและไทย มีอัตราเติบโตในระดับต่ำ เฉลี่ยเพียงปีละ 3% และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาในไทยเป็นกลุ่มแมสระดับกลาง-ล่าง ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีรายได้มากกว่าปีละ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนเพียง 13% และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียงปีละ 2.1% เท่านั้น โดยจะต้องเพิ่มเป็น 20% ให้ได้ในปี 2564

ตามแผนปฏิบัติการ ททท. ประจำปี 2663 จะกำหนดทิศทางการทำงาน และแผนงานในปี 2563 เน้นเพิ่มรายได้ควบคู่กับการพัฒนาความยั่งยืนทางการท่องเที่ยว โดยการสร้างประสบการณ์ที่ดี ที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ จะได้รับผ่านการการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ โดยจะเน้นการหารายได้ทั้งตลาดระยะไกล และใกล้ เช่น อาเซียน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ให้เพิ่มขึ้นสัก 2-3% ด้วยการเจาะตลาดนักท่องเทีายวใหม่มากขึ้น

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และประธานกรรมการททท. กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการท่องเที่ยว โดยตั้งใจให้เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการกำหนดเป้าหมายบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยว ซึ่งตั้งเป้าหมายผลักดันท่องเที่ยวให้มีสัดส่วนถึง 22% ต่อจีดีพีในปี 2561-65 และเพิ่มขึ้นเป็น 30% ต่อจีดีพีในปี 2580 เมื่อสิ้นสุดยุทธศาสตร์ชาติ โดยมองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่เกินความฝันแน่นอน

ทั้งนี้ ยังได้มอบนโยบายให้ ททท. ร่วมกันผลักดันแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวทุกมิติ โดยเฉพาะการนำแนวนโยบายของรัฐบาลมาต่อยอดพัฒนา เช่น ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ที่มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งทะเล หรือไทยแลนด์ริเวียร่า การเชื่อมโยงการท่องเที่ยว 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน เช่นเดียวกับการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ และอีสาน ที่สามารถยกระดับด้านการท่องเที่ยวในจุดต่างๆ ขึ้นมาได้ อีกทั้งยังขอให้ททท. ร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงมหาดไทย ทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณกลุ่มจังหวัดไว้รองรับแล้วประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน