กระทรวงพลังงานอุ้มหาบเร่ 2 แสนราย – อุดหนุนเอ็นจีวีรถโดยสารต่ออีก 2 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
อุ้มหาบเร่ 2 แสนราย-เอ็นจีวี – นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังประชุมนโยบายพลังงานที่สำคัญเร่งด่วนร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ว่า กระทรวงพลังงานมีข้อสรุปขยายระยะเวลามาตรการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงสำหรับผู้มีรายได้น้อยในส่วนราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ของหาบเร่แผงลอยที่มีประมาณ 200,000 ราย และมาตรการอุดหนุนราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) แก่รถโดยสารสาธารณะออกไปอีก 2 เดือน เป็นสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2562 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
โดยให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รับภาระอุดหนุนเดือนละประมาณ 30 กว่าล้านบาทต่อกิโลกรัม (ก.ก.) คิดเป็นอัตราอุดหนุน 37.50 บาทต่อถัง 15 ก.ก. หลังจากล่าสุดเมื่อเดือนก.ค. 2562 ปตท. ได้ปรับลดการช่วยเหลือเหลือไม่เกิน 75 ก.ก.ต่อเดือน จากเดิมไม่เกิน 150 ก.ก.ต่อเดือน รวมวงเงินที่ ปตท. สนับสนุนมาตั้งแต่เดือนก.พ. 2558 ทั้งสิ้น 1,936 ล้านบาท อีกทั้งจะหารือกับกระทรวงการคลังถึงการดำเนินมาตรการให้มีความชัดเจน สามารถนำนโยบายการช่วยเหลือราคาพลังงานแก่ประชาชนเชื่อมโยงกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ ส่วนราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนที่ยังตรึงไว้ที่ 363 บาทต่อถัง 15 ก.ก. นั้นต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาอีกครั้ง

ส่วนมาตรการอุดหนุนราคาเอ็นจีวี แก่รถโดยสารสาธารณะ ก็ยังคงให้ ปตท. ดำเนินการสนับสนุนต่อเนื่องในอัตรา 3 บาทต่อก.ก. แต่เป็นลักษณะทยอยปรับลดการอุดหนุนครั้งละ 1 บาทต่อก.ก. เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2562 อุดหนุนราคาอยู่ที่ 10.62 บาทต่อก.ก. วันที่ 16 ก.ย.2562 และวันที่ 16 ม.ค. 2562 ซึ่งราคาสุดท้ายจะอยู่ที่ 13.62 บาทต่อก.ก. จากราคาเอ็นจีวีปัจจุบันลอยตัวอยู่ที่ 15.88 บาท/ก.ก. ดังนั้นเท่ากับปตท. อุดหนุนรถสาธารณะอยู่ที่ 4.62 บาท/ก.ก. หากทยอยปรับลดการอุดหนุนและทำให้เอ็นจีวีขึ้นครบ 3 บาท/ก.ก. ปตท. ยังคงอุดหนุนอยู่เกือบ 3 บาท/ก.ก.
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงแนวทางแก้ปัญหาภัยแล้งในบทบาทของกระทรวงพลังงาน โดยมอบหมายให้พลังงานจังหวัดเร่งสำรวจพื้นที่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฯ) เพื่อสูบน้ำบาดาลช่วยเหลือเกษตรกร และเบื้องต้นกำลังหารือถึงกำหนดการนำทีมผู้บริหารกระทรวงลงสำรวจพื้นที่ด้วยตัวเองในวันที่ 27 ก.ค.นี้
นายสนธิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเรื่องเร่งด่วนอื่นๆ ได้แก่ กรณีการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมของบริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิตและโททาล ได้มอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ไปจัดทำรายละเอียดการดำเนินงานกลับมารายงานอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า รวมถึงแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018) ที่ให้กลับไปวิเคราะห์เชิงลึกว่าควรปรับปรุงรายละเอียดหรือไม่อย่างไร
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบตกต่ำ ก็ยังคงทำงานแบบบูรณาการกับกระทรวงพาณิชย์ โดยระยะสั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบนำมาทำเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่แล้วต่อเนื่อง แต่ระยะกลางและยาวได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันศึกษาแผนส่งเสริมการนำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไบโอดีเซลบี 10 บี 20 ให้แล้วเสร็จชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า