‘สมคิด’ ห่วงเศรษฐกิจไตรมาส 3-4 ขอพรรคร่วมผนึกกำลังทำงานหลังสงครามการค้าทวีความรุนแรง สั่งคลังคุยตลาดหุ้น-แบงก์ชาติ
‘สมคิด’ ห่วงศก.ไตรมาส 3-4 – นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ห่วงภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3-4 ปี 2562 อาจจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก หลังจากสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น จึงขอให้รัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลร่วมมือกันทำงาน และขอให้กระทรวงการคลัง หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อที่จะติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับตลาดเงินและตลาดทุนอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เชื่อว่าสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ถึงขั้นวิกฤตของสงครามค่าเงิน แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ จึงต้องหันมาเน้นการดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันว่าการทำงานไม่มีปัญหา โดยในการประชุมครม.ครั้งล่าสุดก็ได้พูดคุยกันแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนก็พร้อมร่วมมือกันทำงาน โดยเฉพาะการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบ
“7 เดือนแรกของปีนี้ถือว่าผ่านไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือไตรมาส 3-4 จะทำอย่างไร ซึ่งสัญญาณเศรษฐกิจที่มีปัญญา เช่น การปรับลดลงของดัชนีดาวโจนส์อย่างมาก เป็นผลมาจากความกังวลที่เห็นค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง โดยที่ผ่านมาการเกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง แต่ในครั้งนี้ความขัดแย้งมาถึงการใช้ค่าเงินเพื่อเพิ่มความได้เปรียบในด้านการค้า ทำให้ประเทศไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่ถือครองพันธบัตรสหรัฐ จำนวนมาก”
นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า จะหารือกับธปท. และตลท. เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังเริ่มมีปัญหาจากสงครามการค้า และค่าเงินบาท โดยหากมองเฉพาะตลาดหุ้นไทยแล้ว ยังมีความแข็งแกร่ง เชื่อว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นตอนนี้น่าจะกระทบเพียงระยะแรกเท่านั้น ขณะที่แนวทางการดูแลเศรษฐกิจภาพรวม นอกจากนโยบายทางการคลังที่กระทรวงการคลังดูแลแล้ว ในด้านของนโยบายการเงินที่ธปท.ดูแล ก็ต้องสอดรับและเดินไปในทิศทางเดียวกันด้วย นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมหารือเรื่องดังกล่าวกับทางกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย