ดีดีบินไทย ลั่นวัดดวงสิ้นปีนี้ลุ้นมีกำไร กางแผนลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ยอมรับไตรมาส 2 ขาดทุนเกินคาด

บินไทยลั่นสิ้นปีนี้ลุ้นมีกำไร

ดีดีบินไทย ลั่นวัดดวงสิ้นปีนี้ลุ้นมีกำไร กางแผนลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ยอมรับไตรมาส 2 ขาดทุนเกินคาด รายได้วูบ 5% พิษบาทแข็งและเครื่องบินจอดซ่อม12ลำ ฉุดได้วูบ ลุย เร่งเช่าเครื่องบินเก่า3ลำบินเสริมเพิ่มรายได้

บินไทยลั่นสิ้นปีนี้ลุ้นมีกำไร – นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการการบินไทยช่วงไตรมาส 2 ปี 2562 ซึ่งมีผลขาดทุนสุทธิ 6,878 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 3,792 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 122.9% ว่า ยอมรับว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากต้องเจอปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าราว 5% มาตั้งแต่ช่วงต้นปี ทำให้ไม่สามารถใช้มาตรการราคามาแข่งลดค่าตั๋วแข่งคู่แข่งได้ ทำให้รายได้ลดลง 5% และยังได้รับผลกระทบจากกรณีปากีสถานปิดน่านฟ้าส่งผลกระทบ 3 เส้นทางบินทำให้รายได้ลดลงอีก 1% และยังมีต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอีก 8% จากกรณีที่ต้องบินอ้อม

นอกจากนี้ ปัญหาบาทค่าเงินหยวนอ่อนค่า ขณะที่ค่าบาทแข็งทำให้นักท่องเที่ยวจีนเบนเข็มไปเที่ยวเกาหลี ญี่ปุ่นและเวียดนามแทน ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านทางเครื่องบินเดือนมี.ค.-พ.ค. มีอัตราติดลบ

“ผลประกอบการไตรมาส 2 ผิดไปจากเป้าหมายมาก ถือเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก ไม่ได้คิดว่าจะขาดทุนมากขนาดนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้ขาดทุนหนักมี 2 เรื่องคือ จากปัจจัยภายนอก คือปัญหา เงินบาทแข็งค่าขึ้น 5% ซึ่งกระทบต่อรายได้มาก เพราะ 95% ของรายได้เรามาจากนอกประเทศ และปัจจัยภายในคือ ขาดแคลนเครื่องในการทำการบิน เนื่องจากมีเครื่องที่ต้องจอดรอซ่อมมากขึ้นเป็น 12 ลำ ทำให้มีเครื่องบินได้แค่ 70 ลำ ทำให้รายได้ลดลงมาก”

นายสุเมธกล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังการบินไทยจะเร่งดำเนินมาตรการสำคัญ 3 เรื่อง เพื่อฟื้นฟูให้การบินไทยกลับมามีกำไรให้ได้ภายในปีนี้ มาตรการแรกคือ กลยุทธ์ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ประกอบด้วย กลยุทธ์ SaveTG Co-Creationควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการ, กลยุทธ์ Zero Waste Management ลดปริมาณของเหลือใช้ หรือเหลือทิ้งเช่นอาหารเพื่ประหยัดต้นทุน

กลยุทธ์การรุกตลาดใหม่โดยสิ้นปีจะเปิดบินตรงเซนได, กลยุทธ์การเพิ่มรายได้ โดยใช้ Digital Marketing อาทิ การออกโปรโมชั่นผ่านสื่อดิจิทัลทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงฐานลูกค้ากลุ่ม Online และขยายบริการเสริมมากขึ้น อาทิ น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ ประกันภัยการเดินทาง รถรับส่งสนามบิน และเร่ง โครงการการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ eCommerce คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนต.ค.นี้ และกลยุทธ์ TG Group ผนึกไทยสมายล์ เสริมเครือข่ายการบินเชื่อมต่ออย่างเป็นระบบ ส่วนอีก 2 มาตรการที่จะเร่งดำเนินการยังบอกไม่ได้ตอนนี้ว่าจะเป็นรูปแบบไหน

“หากช่วงครึ่งปีหลัง เราสามารถขับเคลื่อน 3 มาตราการสำคัญได้ทั้งหมด ก็ต้องมาวัดดวงกัน มีความเชื่อว่าปีนี้การบินไทยอาจมีกำไร แม้ว่าเรากำลังอยู่ในทะเลเดือดที่มีการแข่งขันรุนแรง แต่เราก็จะสู้ต่อ จะประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมมากขึ้น ประกอบกับช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าน้อยลงบ้างจากกรณีที่ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมทั้งช่วงเดือนต.ค. เป็นต้นไปจะเป็นช่งไฮซีซั่น ซึ่งจะส่งผลบวกกับกหารบินไทยด้วย”

นายสุเมธกล่าวต่อว่า เพื่อเร่งเพิ่มรายได้การบินไทยอยู่ระหว่างเช่าเครื่องบินเก่าเพิ่ม 3 ลำ โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณาในเดือนก.ย. นี้ คาดว่ารับมอบได้ไม่เกิน 3 เดือนและนำมาบินในไตรมาส 4 ปีนี้ หรือไม่เกินต้นปี 2563 โดยสามารถนำมาใช้บินได้ 6 ปี ส่วนราคาเช่านั้น ปรับลดลงจากต้นปี 2562 ประมาณ 10-20% โดยจะนำมาบินเสริมในเส้นทางยุโรป เช่น บรัสเซล เวียนนา มิลาน หรือแมนเชสเตอร์ ในประเทศอังกฤษ

บทความก่อนหน้านี้ทีเอ็มบี จับมือ ไอเอ็นจี แบงก์ จัดวิ่ง ระดมทุนช่วยค่าผ่าตัดผู้ป่วยเด็กโรคหัวใจ
บทความถัดไปမွန်နဲ့ တနင်္သာရီမှာ ကျေးရွာအများစုရေမြုပ်၊ စားကုန်အချို့ဈေးတက်