‘บิ๊กป้อม’ เคาะของบบูรณาการน้ำเพิ่มเป็น 1.8 แสนล้าน หลังวิกฤตแล้งกระทบพื้นที่เกษตรเสียหายหนัก

‘บิ๊กป้อม’ของบบูรณาการน้ำเพิ่ม

‘บิ๊กป้อม’ เคาะของบบูรณาการน้ำเพิ่มเป็น 1.8 แสนล้าน หลังวิกฤตแล้งกระทบพื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 20 ล้านไร่

‘บิ๊กป้อม’ของบบูรณาการน้ำเพิ่ม – นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลัง ประชุมติดตามความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และพิจารณาการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปี 2563 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า พล.อ.ประวิตร ได้กำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือประชาชน บูรณาการงบประมาณบริหารจัดการน้ำเพิ่ม 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 1.8 แสนล้านบาท จาก 21 หน่วนงาน จำนวน 17,283 รายการ

ทั้งนี้ เพื่อจะให้ผ่านวิกฤตภัยแล้งเพื่อให้มีน้ำเหลือใช้ไปถึงเข้าหน้าฝนหน้า ปี 2563 หลังจากนี้ สทนช. จะได้นำแผนงานที่ผ่านมติที่ประชุมไปจัดลำดับความสำคัญตามหลักเกณฑ์และข้อสังเกตในที่ประชุม จากนั้นจะนำเสนอสำนักงบประมาณเพื่อพิจารณาและเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้ความเห็นชอบต่อไป

“ขณะนี้พบพื้นที่เกษตรเสียหายสิ้นเชิงแล้ว 8 แสนไร่ เป็นข้าว 6 แสนไร่ เป็นพื้นที่เสียหายมากที่สุดมี ขอนแก่น นครราชสีมา เพชรบุรี เชียงราย และชัยภูมิ ส่วนอีก 10.879 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรที่อาจได้รับความเสียหาย ข้าวอาจยืนต้นตายเพราะน้ำไม่พอ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใน ขอนแก่น นครราชสีมา มหาสารคาม ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ และนอกจากนี้อีกประมาณ 8.9 ล้านไร่ยังไม่ได้ทำการเกษตรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ปลูกข้าวในภาคอีสาน”

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในภาพรวมของประเทศไทยในปัจจุบัน ปริมาณฝนที่ตกตั้งแต่ 1 พ.ค.-11 ส.ค. 2562 มีปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ฝั่งตะวันออก ที่มากกว่าค่าเฉลี่ย 1% และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ที่มากกว่าค่าเฉลี่ย 3% สำหรับการคาดการณ์ฝนในระยะ 3 เดือนต่อจากนี้ เดือนส.ค. ปริมาณฝนใกล้เคียงค่าปกติ ยกเว้นภาคกลางและภาคตะวันออก เดือนก.ย. ปริมาณฝนใกล้เคียงค่าปกติ

ยกเว้นภาคใต้ ส่วนเดือนต.ค. ปริมาณฝนในทุกภาค ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประมาณ 10% ในส่วนของการเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อนวิภาในช่วงเวลาที่ผ่านมาส่งผลให้ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เขื่อนใหญ่มีน้ำเพิ่ม 1,560 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบัน มีน้ำผิวดินทั้งประเทศ 40,062 ล้าน ลบ.ม. (49%) โดยภาคเหนือ กลาง อีสาน และตะวันออก มีน้ำน้อยกว่า 50% โดยแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำใช้การน้อยกว่า 30% ถึง 26 แห่ง ด้านสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก ลุ่มเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำใช้การ 1,457 ล้าน ลบ.ม. ระบายวันละ 21 ล้าน ลบ.ม. หากไม่มีน้ำมาเติม จะระบายได้อีก 54 วัน

สำหรับความก้าวหน้ามาตรการเร่งด่วนที่ได้ติดตามการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1 .ปฏิบัติการฝนหลวง เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.-11 ส.ค. 2562 จำนวน 4,214 เที่ยวบิน และมีจังหวัดที่มีรายงานฝนตกรวม 58 จังหวัด 2. การสำรวจพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำและการสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน สนับสนุนเครื่องสูบน้ำสำหรับพื้นที่นาปี-พืชไร่ จำนวน 214 เครื่อง และสำหรับการอุปโภค-บริโภค 71 เครื่อง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำได้ทำการสูบน้ำ 40,154,373 ลบ.ม. แจกจ่ายน้ำ 9,660,471 ลิตรให้กับครัวเรือน 384,346 ครัวเรือน และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้แจกจ่ายน้ำ 8,091,370 ลิตร เป็นต้น

3. การพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ โดยเฉพาะที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ของความจุ สทนช. ได้ประชุมผู้เกี่ยวข้องวางแผนการระบายน้ำเป็นรายอ่างเก็บน้ำ ทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.-31 ต.ค. 2562 ในลักษณะเช่นเดียวกับการปรับลดการระบายน้ำ 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีเงื่อนไขคาดการณ์ปริมาณน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำใช้ปีฝนแล้ง และน้ำในเขื่อนปลายฤดูฝนจะต้องไม่น้อยกว่าระดับน้ำต่ำสุด

สำหรับมาตรการที่ 4 และ 5 การปรับลดการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและแผนการใช้น้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองเพื่อการประปานครหลวง สทนช. ร่วมกับ กฟผ. กรมชลประทาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และการประปานครหลวง ประชุมหารือวางแผนการปรับลดการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักในลุ่มเจ้าพระยาแบบขั้นบันไดเพื่อสำรองปริมาณน้ำไว้ต้นฤดูแล้ง 2562/63 จำนวน 348 ล้านลบ.ม. และวางแผนการใช้น้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองเพื่อการประปานครหลวง จำนวน 15 ล้านลบ.ม.

บทความก่อนหน้านี้รถ10ล้อ ชนตำรวจจราจร เหยียบร่างซ้ำ ดับสยองคาที่ คนขับเผยมองไม่เห็น
บทความถัดไปเผยสาเหตุพ่อแม่ลูก ตัดสินใจจบชีวิตสลดพร้อมกันคาเก๋ง พี่ชายเล่าก่อนหายตัววันแม่!