‘ถาวร’ ข้องใจแผนจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำ 1.56 แสนล้าน สั่งการบินไทยส่งเรื่องคืนบอร์ด เคลียร์ 6 ประเด็นสงสัยก่อนเข้าครม.ปลายก.ย.นี้
‘ถาวร’ข้องใจบินไทยซื้อเครื่อง38ลำ – นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ได้เชิญ นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารระดับสูงมาหารือและสอบถามเกี่ยวกับแผนการจัดหาเครื่องบินระยะที่ 2 จำนวน 38 ลำ วงเงิน 1.56 แสนล้านบาท เนื่องจากตนมองว่ายังมีข้อเท็จจริงบางเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน จึงสั่งให้การบินไทยกลับไปจัดทำรายละเอียดพร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริง 6 ประเด็นที่ตนยังมีข้อสงสัยกลับมาเสนอใหม่อีกครั้ง
“การจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำครั้งนี้ ของการบินไทยมีการใช้เงินมากถึง 1.56 แสนล้านบาท ผมกังวลว่าการบินไทยจะสามารถทำรายได้ได้เพียงพอกับเงินที่ได้ลงทุนไปหรือไม่ จึงขอให้การบินไทยส่งคืนแผนการจัดหาเครื่องบินไป ให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้รอบคอบและชี้แจงข้อสงสัยที่ไม่ชัดเจน 6 ข้อมาด้วย โดยทราบว่าบอร์ดการบินไทยจะนัดประชุมวันที่ 27 ส.ค. จากนั้นให้นำผลสรุปการหารือของบอร์ด เสนอกลับมาตามลำดับ เริ่มจากเสนอ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม รมช.ถาวร นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เลขาธิการคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ไม่เกินวันที่ 30 ก.ย.”
นายถาวรกล่าวว่า สำหรับ 6 ประเด็นที่ตนยังสงสัย และต้องการให้การบินไทยชี้แจงเพิ่มเติม ประกอบด้วย 1. เหตุผลความจำเป็นในการจัดซื้อเครื่องบินจำนวน 38 ลำ ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ รวมทั้งแหล่งที่มาของแหล่งเงินทุน เนื่องจากพบว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายวางแผนและการตลาดของการบินไทยศึกษาว่ามีความต้องการใช้จริงเพียง 25 ลำเท่านั้น และเคยส่งเรื่องให้สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ตรวจสอบและส่งเรื่องคืนมาแล้วโดยมีข้อสงสัยแหล่งที่มาของเงินทุน แต่ต่อมาคณะกรรมการบริษัทได้ให้ฝ่ายวางแผนและตลาดทำข้อเสนอใหม่โดยเพิ่มการจัดหาเพิ่มขึ้นเป็น 38 ลำ โดยอ้างมติครม. เมื่อ 8 ปีที่อนุมัติกรอบให้การบินไทยจัดหาทั้งสิ้น 35 ลำ ซึ่งบริษัทได้จัดหาไปก่อนหน้านี้แล้ว 37 ลำ ยังเหลืออีกจำนวน 38 ลำ แต่ก็ถูกทักท้อวงจากสศช.ว่าแบบเครื่องบินและแผนการใช้งานเปลี่ยนจึงต้องเข้าครม. ใหม่ ดังนั้นจำนวนเครื่องบินที่ต้องการใช้งานจริงในอีก 7 ปี ข้างหน้าคือ 25 ลำ ไม่ใช่ 38 ลำ
2. ขอให้ชี้แจงแหล่งที่มาของเงินทุนในการจัดการเครื่องบินให้ชัดเจนว่าจะได้เงินทุนจากการออกหุ้นกู้หรือเพิ่มทุน ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในส่วนนี้ รวมทั้งให้ชี้แจงรายละเอียดถึงต้นทุนทางการเงิน เช่น ดอกเบี้ย แนวทางการชำระเงินกู้ เพราะปัจจุบันบริษัทมีภาระเงินกู้ที่ต้องชำระสูงมากจนต้องกู้เงินมาจ่ายดอกเบี้ย
3. ตามแผนของบริษัทที่จะจัดหาเครื่องบินจำนวน 38 ลำ โดยรอบแรกจำนวน 25 ลำ เป็นเครื่องบินลำตัวแคบจำนวน 22 ลำ และเครื่องบินลำตัวกว้างจำนวน 3 ลำ โดยการจัดหาเครื่องบินลำตัวแคบจะนำมาใช้งานเองหรือให้ บริษัท ไทยสไมล์ จำกัด เช่า เพราะถ้าใช้เองจำเป็นต้องใช้สูงถึง 22 ลำหรือไม่ และหากให้ บริษัท ไทยสไมล์ จำกัด เช่า ได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีการเห็นชอบด้วยหรือไม่ เนื่องจากปัจจุบัน บกท. ได้ให้บริษัท ไทยสไมล์ จำกัด เช่าเครื่องบินรุ่นเล็ก จำนวน 20 ลำ และมีการใช้งานเฉลี่ยเพียง 8 ชม./วัน ซึ่งข้อเท็จจริงต้องใช้งานไม่น้อยกว่า 10-12 ชม./วัน ถึงจะคุ้มค่าต่อการลงทุน แสดงว่าปัจจุบัน บริษัท ไทยสไมล์ จำกัด ยังใช้เครื่องบินไม่เต็มที่ จึงขอให้อธิบายแผนการใช้งานให้ชัดเจน
4. ขอทราบข้อเท็จจริงตัวเลขประมาณการรายได้และผลกำไร (ขาดทุน) ที่ชัดเจนและเป็นจริงรวมทั้งแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทในปี พ.ศ. 2562-2569 5. ขอทราบวิธีการจัดหาเครื่องบินระยะที่ 2 จำนวน 38 ลำ ว่าใช้วิธีใดบ้าง มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร และขอให้ชี้แจงความเสี่ยงในทุกๆ ด้านอย่างละเอียดมาด้วย และ 6. เครื่องบินที่จัดหาแล้วคือ 777 ที่จะรับมอบในปลายปี พ.ศ. 2563 อีกจำนวน 3 ลำ อยู่ในแผนนี้หรือไม่ หากไม่อยู่ในแผนจะกลายเป็นการจัดหาเครื่องบิน จำนวนรวม 41 ลำทันที ซึ่งจะไม่ ตรงตามข้อเท็จจริงกับการจัดหาเครื่องบินระยะที่ 2 จำนวน 38 ลำ