กสอ. ยกเครื่องอุตสาหกรรมอาหาร เสริมแกร่งเป็นฮับผลิตอาหารอาเซียน

ยกเครื่องอุตฯอาหาร

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยกเครื่องอุตสาหกรรมอาหาร เสริมแกร่งเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารอนาคตแห่งอาเซียน

ยกเครื่องอุตฯอาหาร – นายภาสกร ชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวในโอกาสลงพื้นที่เยี่ยมชม บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรม ที่จ.เชียงใหม่ ว่า ในปีงบประมาณ 2563 กสอ. มีแผนเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ด้วยกิจกรรมสมาร์ต ฟู้ด (Smart Food) สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อาหารโดยใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ยกระดับพัฒนาสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเมืองเหนือให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดภายใต้โครงการเสริมสร้างนวัตกรรมการผลิตอาหารอัจฉริยะในอุตสาหกรรมอาหาร (Northern Thailand Food Valley to Smart Industry 4.0) โดยมี บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ร่วมให้คำปรึกษาแนะนำ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารทั้งรายเล็กและรายใหญ่ให้สามารถพัฒนาสินค้าและรสชาติใหม่ๆ ได้

“กสอ. ตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การผลิตอาหารอนาคตแห่งอาเซียน เนื่องจากอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคเกษตรและสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาให้กับเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์การแข่งขันที่สูงขึ้น รูปแบบอาหาร การบริโภค มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป เช่น การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเป็นสังคมเมืองที่ต้องดำเนินชีวิตอย่างเร่งรีบ ต้องการความสะดวกสบายและรวดเร็ว รวมถึงต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย กสอ. จึงนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค”

โดยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ประกอบด้วย 4 แนวทาง คือ 1. การสร้างนักรบอุตสาหกรรมอาหารพันธุ์ใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพวัตถุดิบสู่เกษตรอุตสาหกรรม 2. การสร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทย โดยเฉพาะการสร้างศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 หรือ ศูนย์ ITC 4.0 และ Center of food Excellent

3. การสร้างโอกาสทางธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับผู้ผลิตทุกระดับให้อุตสาหกรรมอาหารไทยมีบทบาทในตลาดโลก เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์อาหารกับการท่องเที่ยว ผ่านหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ซีไอวี) 4. การสร้างปัจจัยพื้นฐานเพื่อเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรม เป็นมาตรการสร้างปัจจัยเอื้อสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยและลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ

ด้านนายสมิต ทวีเลิศนิธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้จัดตั้งสถาบันวิจัยรสชาติอาหารขึ้น ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้พัฒนารสชาติผลิตภัณฑ์อาหารของตนเองได้ โดยใช้ระยะเวลาอันสั้น รวดเร็วต่อการทำตลาด เหมาะกับสินค้าเฉพาะของแต่ละอุตสาหกรรม อีกทั้งยังสามารถผลิตสินค้าให้ได้จากโรงงานผลิตผงปรุงรสของบริษัท โดยสินค้าสามารถผลิตได้ตั้งแต่ปริมาณ 5-200 กิโลกรัม ทำให้มีความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ประกอบการ เพิ่มโอกาสในการทำตลาดสินค้ารสชาติใหม่ยิ่งขึ้น

สถาบันวิจัยรสชาติอาหาร ของบริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ให้บริการวิจัยและพัฒนาด้านการปรุงรสชาติแบบครบวงจรแก่ผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนจ้างนักวิทยาศาสตร์หรือสร้างกระบวนการผลิตเอง มีผู้มาใช้บริการแล้วมากกว่า 150 ผู้ประกอบการตั้งแต่ให้บริการเมื่อปี 2560 และประสบความสำเร็จไปแล้วกว่า 30 โครงการ

ตัวอย่างเช่น ซุปก๋วยเตี๋ยวแบบผงของผู้ประกอบการร้านอาหารแฟรนไชส์ ช่วยยืดอายุการเก็บผลิตภัณฑ์ให้นานขึ้นในอุณหภูมิปกติความสะดวก อำนวยความสะดวกในการขนส่งและการจัดเก็บผงแกงสำเร็จรูป โดยคุณภาพไม่เปลี่ยน, ผลิตภัณฑ์จากดอกเกลือผสมเครื่องเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ดอกเกลือที่มีราคาถูก รวมถึงการนำอาหารเมืองเหนือมาแปรรูปเป็นผงโรยขนมรสชาติต่างๆ เช่น ผงโรยขนมรสน้ำพริกหนุ่ม รสไส้อั่ว รสข้าวซอย เป็นต้น

บทความก่อนหน้านี้ง้อไม่สำเร็จ! ถือมีดพร้าไล่ฟันเมีย วิ่งหนีตายยังตามไปซ้ำ ดับคาที่ ก่อนจบชีวิตตาม
บทความถัดไปลวงฆ่าทิ้งหมกทุ่งนา! วินวัย 77 โชคร้ายโดนมีดปาดตาลแทงยับ ฉกจยย.ป้ายแดง