‘เอพีไทยแลนด์-มิตซูฯ’ญี่ปุ่น ผนึกกำลังสร้าง‘เมืองสีเขียว’

‘เอพีไทยแลนด์-มิตซูฯ’ญี่ปุ่น ผนึกกำลังสร้าง‘เมืองสีเขียว’

รายงานพิเศษ – กว่า 6 ปีแล้ว บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด มหาชน บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทย จับมือร่วมเป็นพันธมิตรกับ “มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์” บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์ของญี่ปุ่น มุ่งเน้นแนวคิดและปรัชญาสร้างเมือง เพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ในการสร้างโลกแห่งความยั่งยืน กับ Biodiversity หรือความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของระบบนิเวศ เพื่อนำมาสู่การใช้ชีวิตที่เกื้อหนุนระหว่างมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม

เอพีไทยแลนด์ยกคณะเดินทางไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น ซึ่งพันธมิตรทางธุรกิจอย่างมิตซูบิชิฯ ประสบความสำเร็จมาตลอด 50 ปี ตั้งแต่โครงการแรกจนถึงปัจจุบัน และยังคงมุ่งเดินหน้าต่อไป สร้างป่าในเมือง สร้างเมืองสีเขียว

วิทการ จันทวิมล

‘นายวิทการ จันทวิมล’ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ เอพีฯ กล่าวว่าเนื่องจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องเติบโตควบคู่ไปกับการพัฒนาของเมือง ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของไทย

เอพีฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนา และยกระดับคุณภาพชีวิต การอยู่อาศัย ภายใต้วิสัยทัศน์ “เอพี เวิลด์” การสร้างพิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีในวันนี้และอนาคต

พื้นที่สีเขียวย่านมารุโนอูจิ

โดยเฉพาะการพัฒนาที่ควบคู่กับการออกแบบเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ด้วยความมุ่งหวังที่จะเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์เพิ่มระบบนิเวศที่สมบูรณ์ของการอยู่อาศัยร่วมกัน ระหว่างคนเมือง สิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ใหญ่ และระบบนิเวศต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ มีสุขภาพกาย และใจที่ดีจากภายในสู่ภายนอก

ผู้บริหารเอพีฯ ระบุว่าด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรที่มีศักยภาพ และเป้าหมายในการดำเนินงานเดียวกันอย่างมิตซูบิชิ เอสเตท เรส ซิเดนซ์ ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการอสังหาฯ อย่างสมดุลและยั่งยืน ทำให้เกิดเป็นความตั้งใจร่วมกันในการส่งต่อองค์ความรู้ในการสร้างโลกแห่งความยั่งยืนกับปรัชญา Biodiversity

ที่ใจกลางกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เริ่มที่เขต “ไดมารูยู” สถานที่ศึกษาดูงานแห่งแรก ศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของโตเกียว โดยเฉพาะย่าน “มารุโนอูจิ” จากย่านที่อยู่อาศัยที่เป็นเพียงสถานที่ทำงาน ดูเงียบๆ ทุกวันนี้กลับกลายเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของโตเกียว

รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์ อาคารสำนักงาน และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัทมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป

โทโมฮิโกะ เอกุจิ

ด้าน นายโทโมฮิโกะ เอกุจิ ผู้จัดการทั่วไป มิตซูบิชิ เอสเตทฯ เป็นตัวแทนเปิดสำนักงานให้เยี่ยมชม พร้อมทั้งนำผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายถึงแนวคิดการสร้างป่าในเมือง

โดยลงรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าวิธีการวางหินให้มีช่องเล็กๆ เพื่อให้แมลงอาศัยอยู่ได้ การนำต้นไม้เดิมออกไป พอปรับปรุงพื้นที่แล้วก็นำกลับมาใหม่ หรือแม้แต่การปลูกหญ้าบนถนนคนเดิน

ร้านเดอะ คาเฟ่ บาย อมาน

“อย่างที่ทุกท่านทราบดีว่า ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง มิตซูบิชิฯ ตระหนักดีว่าในฐานะผู้พัฒนาอสังหา ริมทรัพย์สามารถเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาพื้นที่ในญี่ปุ่น เพื่อช่วยเสริมสร้างให้ระบบนิเวศเกิดความสมดุลได้”

แน่นอนว่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อเอื้อต่อธรรมชาติ มีความซับซ้อนมากกว่า นอกจากต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย และความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย ในการออกแบบพื้นที่ การศึกษา และทำความเข้าใจต่อความหลากหลายทางชีวภาพโดยรอบโครงการ เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาซึ่งการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ลิฟต์ท่ามกลางต้นไม้

“ไดมารูยู” นอกจากเป็นย่านธุรกิจใหญ่ที่สุดแล้ว บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความเขียวขจี พืชพรรณธรรมชาติหลากหลายชนิด ผู้เยี่ยมชมเข้าไปนั่งพักผ่อนให้ความรู้สึกเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

อย่างร้านอาหาร ‘เดอะ คาเฟ่ บาย อมาน’ ออกแบบและตกแต่งให้เรียบง่าย กระจกใสล้อมรอบสี่ด้าน ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เห็นทิวทัศน์เขียวขจีเต็มไปด้วยป่าไม้ เปรียบเสมือนผืนป่าใจกลางเมือง ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน

ออกจากโตเกียวมุ่งหน้าเมืองเซ็นได ถ้าเดินทางด้วยรถไฟหัวกระสุนชินกันเซน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 50 นาที “Izumi Park Town” เมืองที่มิตซูบิชิฯ ภาคภูมิใจ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1974

เป็นเมืองที่หลอมรวมมนุษย์และธรรมชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกัน การบริหารจัดการเมืองเกิดขึ้นภายใต้ความตกลงร่วมกันของผู้ที่เข้าอยู่อาศัย และเป็นพื้นที่ที่ครอบคลุมทุกกิจกรรมของทุกชีวิตในเมือง เริ่มตั้งแต่พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่การศึกษา อุตสาหกรรม ธุรกิจ การพักผ่อนทั้งสำหรับครอบครัวตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ไปจนถึงผู้สูงอายุ

พื้นที่อยู่อาศัยให้ความสำคัญเรื่องการออกแบบถนน เป็นถนนเส้นยาว คดเคี้ยวน้อย ไม่มีการเชื่อมต่อถนนสายหลักเข้าตรงสู่ตัวบ้าน และพื้นที่สี่แยกจะถูกทดแทนด้วยสามแยกเป็นส่วนใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ เป็นวิธีออกแบบที่คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก

พื้นที่สำหรับอยู่อาศัยยังต้องรักษาพื้นที่สีเขียวให้มีอยู่อย่างน้อย 30% ของพื้นที่ทั้งหมด และในทุกๆ พื้นที่อยู่อาศัยต้องจัดให้มีพื้นที่สำหรับส่วนรวม เพื่อสนับสนุนให้เกิดการทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน

นอกจากการดีไซน์ตัวพื้นที่แล้ว การออกแบบบ้านยังต้องคำนึงถึงชุมชนโดยรวม กำหนดให้สีหลังคาเป็นสีโทนเย็น ไม่มีรั้วบ้าน แต่ใช้ต้นไม้แทน

บ้านที่อิซูมิ ปาร์ก ทาวน์

ปัจจุบันเมืองมีประชากรราว 25,000 คน ผังเมืองถูกออกแบบอย่างเป็นระบบ เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว บ้านแต่ละหลังสวยงาม ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และสวนสาธารณะ แต่ยังคงเต็มไปด้วยการอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และยังมีเอาต์เล็ตรองรับนักท่องเที่ยว

จบจาก 2 ทริปหลัก สำหรับของไทยเอง นำร่องเปิดตัวโครงการ “LIFE สาทร เซียร์รา” ไฮเอนด์คอนโดมิเนียม เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างเอพีฯ และพันธมิตรญี่ปุ่น มิตซูบิชิฯ เป็นโครงการที่ 16 มูลค่า 6,300 ล้านบาท

Izumi Park Town

ตั้งอยู่บนพื้นที่ 8 ไร่ ใจกลางเมืองย่านซีบีดี สาทร ศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ พรั่งพร้อมด้วยความสะดวกสบายในการเดินทาง ใกล้ไอคอนสยาม

นายวิทการระบุว่า ไลฟ์ สาทร เซียร์รา แวดล้อมไปด้วยพื้นที่ต้นไม้บนพื้นที่ส่วนกลางกว่า 8,400 ตารางเมตร โดยมีไฮไลต์สำคัญ คือการออกแบบภูมิทัศน์ด้านหน้าให้เป็นเหมือนหุบเขาต้นไม้ไล่ระดับ ผสมผสานการออกแบบเป็นทางเดินป่าจำลองรายล้อมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด พร้อมด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาวกว่า 100 เมตร ในรูปทรงที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ

ภาพตัวอย่างไลฟ์ สาทร เซียร์รา

นอกจากนี้ ที่ชั้น 40 ด้านบนสุดของอาคาร ยังออกแบบ พาโนลามิก สกาย เลานจ์ ให้เป็นกล่องแก้วใสขนาดใหญ่แวดล้อมด้วยพื้นที่ป่าที่สร้างขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเดอะ คาเฟ่ บาย อมาน โตเกียว ญี่ปุ่น

“เพื่อเปิดทุกมุมมองรับวิวสีเขียว และขอบฟ้ามหานครกรุงเทพฯ ได้อย่างสุดสายตา”

 

โดย ธีระยุทธ ยุวนิมิ

อ่านข่าว

 

บทความก่อนหน้านี้พระพุทธรูปปางลีลา วัดเบญจมบพิตร
บทความถัดไปบุกจับผับดัง เมืองสุโขทัย ปล่อยเด็ก 154 คนเที่ยว-มั่วยา ชงผู้ว่าฯ ปิดยาว 5 ปี