‘จุรินทร์’ฟุ้งขายยาง ให้ฮ่องกง-จีน กว่า 1.3 หมื่นล้าน เตรียมลุยตุรกี-เยอรมันหวังขายยางให้ผู้ผลิตล้อยาง-ราคายางใกล้ 40 บาท/กิโล สูงกว่าตลาดโลก 1-2 บาท

จุรินทร์’ฟุ้งขายยางให้ฮ่องกง-จีน – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังการเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาซื้อ ขายยางพารา ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และ 2 บริษัท จากจีนและฮ่องกง ว่า เพื่อยกระดับราคายางพาราในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกยท. ได้ตกลงขายยางพาราให้กับ Fifth Trading (HK) co.,ltd ซึ่งเป็นเทรนเดอร์จากฮ่องกง จำนวน 2 แสนตัน และ Hengfeng Rubber Industrial park limited จากจีน จำนวน 6.048 หมื่นตัน มูลค่ารวมประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท

นอกจากการเจรจาซื้อขายยางพาราในล็อตนี้จำนวน 2.604 แสนตัน ก่อนหน้านี้ขายยาง ให้กับอินเดีย 100,000 ตัน มูลค่ารวม 7.5 พันล้านบาท และในวันที่ 15-19 พ.ย. 2562 กระทรวงพาณิชย์ จะเดินทางไปทำหน้าที่เซลล์แมนประเทศ ตุรกี เยอรมนี ซึ่ง 2 ประเทศนี้เป็นประเทศผู้ผลิตยางล้อ หากสามารถเจรจาขายได้ จะสามารถขยายช่องทางการจำหน่ายไปต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการตลาดของกยท. และเพิ่มอำนาจการต่อรองในเวทีโลก ยกระดับราคายางไทย และสร้างแบรนด์ กยท. ให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มธุรกิจยางทั่วโลก

ทั้งนี้ หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการประกันรายได้ชาวสวนยาง ในวันที่ 25 ต.ค. 2562 ยืนยันอีกครั้งว่า ชาวสวนยางพาราที่ถือบัตรประจำตัว สีชมพูหรือ ผู้ที่ปลูกยางพาราในที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ สามารถเข้าร่วมโครงการ ประกันรายได้ชาวสวนยางรับส่วนต่างราคาชดเชยจากรัฐบาลได้ ซึ่ง กยท. ได้เริ่มกระบวนการโอนเงิน ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางแล้ว โดยต้องมีการตรวจสวนด้วย จึงต้องใช้เวลา ระหว่างนี้ทยอยโอน ถ้ายังมีปัญหาตรวจไม่จบก็จะเร่งให้ตรวจจบและเร่งโอนเงินหลังวันที่ 15 พ.ย. แต่งวดถัดไปจะโอน 1 ม.ค. 2563 และ 1 มี.ค.2563 โดยไม่ต้องตรวจสวนยางอีก

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินมาตรการคู่ขนานโครงการการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา รวม 11 มาตรการ เพื่อผลักดันให้ราคาสูงขึ้น โดยในส่วนของการใช้ยางพาราของส่วนราชการ เดิมคาดไว้ว่าจะใช้น้ำยางสด 170,000 ตัน ใช้งบประมาณ 43,000 ล้านบาท แต่จากที่ไปดูการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพารา จะมีทางเลือกให้ส่วนราชการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้น หากทำสำเร็จจะใช้งบประมาณ 92,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากเดิม

นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รักษาการผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า สถานการณ์ยางพาราประสบกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ช่วงหลังราคายางเริ่มกระเตื้องขึ้นอยู่ที่ราคาเกือบ 40 บาท/กิโลกรัม (ก.ก.) ซึ่งเป็นไปตามราคาในตลาดโลก เมื่อเทียบกับตลาดโลกราคายางพาราในไทยจะสูงกว่า 1-2 บาท/ก.ก. ส่วนการทำสัญญาซื้อขายยางพาราให้กับ 2 ประเทศคือ จีน และ ฮ่องกง จะเริ่มส่งมอบในสิ้นเดือนพ.ย. จำนวน 15,000 ตัน ให้กับ Fifth Trading (HK) จำนวน 10,000 ตัน และ Hengfeng Rubber Industrial park limited จำนวน 5,000 ตัน สัญญาส่งมอบ 12 เดือน

สำหรับการส่งออกยางพาราปี 2562 คาดว่าไทยจะสามารถส่งออกได้ประมาณ 4.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 14-19% ที่มีการส่งออกได้ประมาณ 4.1 ล้านตัน และใช้ในประเทศประมาณ 6 แสนตัน จากผลผลิตรวมทั่วประเทศ 5 ล้านตัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน