น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และรักษาการผู้อำนวยการ สนค. กระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (อัตราเงินเฟ้อ) ทั่วไปของประเทศ เดือนก.ย. 2559 อยู่ที่ 106.68 เพิ่มขึ้น 0.38% เทียบเดือนก.ย. 2558 เป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 เนื่องจากราคาอาหารสดบางรายการ เช่น ไข่ไก่ ปลาและสัตว์น้ำ และเนื้อสัตว์ รวมถึงบุหรี่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับน้ำมันพืช ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้นเล็กน้อย ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเทียบเดือนส.ค.2559 เพิ่มขึ้น 0.04% ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศที่ปรับขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ปีนี้ เพิ่มขึ้น 0.02% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการกลับมาขยายตัวในแดนบวก จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น
“สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนก.ย. ที่หักราคาพลังงานและอาหารสดออกแล้ว อยู่ที่ 106.82 เพิ่มขึ้น 0.75% เทียบกับเดือนก.ย. 2558 และเพิ่มขึ้น 0.02% เทียบเดือนส.ค. 2559 จะเห็นว่าแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นไปตามปกติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหวือหวา แสดงว่าเศรษฐกิจมีความคงที่ เติบโตตามปกติ ไม่ขึ้นลงจนเกินไป” น.ส.พิมพ์ชนก กล่าว
น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวอีกว่า สนค. ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของทั้งปีนี้ที่ 0 ถึง 1% ภายใต้การเติบโตของเศรษฐกิจไทย 2.8-3.8% อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 35-37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 35-45 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะที่ปัจจัยจากองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (โอเปก) จะมีการปรับลดกำลังการผลิต มองว่าจะมีส่วนทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ไม่มากนัก
สำหรับราคาสินค้าที่ทำการสำรวจทั้งหมด 450 รายการในเดือนก.ย. พบว่า มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 139 รายการ เช่น ไข่ไก่ หัวหอมแดง ซีอิ๋ว กระเทียม มะนาว น้ำมันพืช น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น ปรับราคาลดลง 112 รายการ เช่น น้ำยาซักแห้ง ผักผลไม้สด ข้าวสารเจ้า เป็นต้น และราคาทรงตัว 199 รายการ
“สนค. จะมีการปรับลดการจัดเก็บจำนวนตัวอย่างสินค้า และเพิ่มการเก็บตัวอย่างภาคบริการมากขึ้น ที่ใช้ประกอบการจัดทำดัชนีราคาผู้บริโภค เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและกำลังคน และมีความซ้ำซ้อน ยิบย่อยเกินไปในการเก็บตัวอย่าง และต้องการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย จากที่ศึกษาเบื้องต้นคาดว่าจะลดการจัดเก็บตัวอย่างลง 100 กว่ารายการ จากที่เคยเก็บ 450 รายการ จะเหลือการเก็บตัวอย่างประมาณ 300 กว่ารายการ ตัวที่จะยกเลิกการเก็บข้อมูลนั้นมองว่าจะไม่กระทบกับค่าดัชนีราคาผู้บริโภค จากนี้ สนค. จะมีการหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการปรับเปลี่ยนการจัดเก็บข้อมูลนี้ต่อไป ไม่ให้กระทบกับความน่าเชื่อถือของดัชนีฯ คาดว่าจะเริ่มแถลงตัวเลขดัชนีฯที่มีการจัดเก็บแบบใหม่ได้ในเดือนธ.ค.นี้”รองผู้อำนวยการ สนค.กล่าว