Khaosod
Online

วันจันทร์ ที่ 24 ก.พ. 2563

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ

15 ธ.ค. 2562 - 00:00 น.

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ-สี.eps

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน - ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่งาน ‘Abu Dhabi International Petroleum Exhibition & Conference’ (ADIPEC) นิทรรศการและการประชุมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติระหว่างประเทศ ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ

บรรยากาศภายในงาน ADIPEC 2019

เวทีทรงอิทธิพลระดับโลกสำหรับการนำเสนอแนว ปฏิบัติและนวัตกรรมชั้นเลิศ ประจำปี 2562 มีบริษัทพลังงานร่วมแสดงนิทรรศการมากกว่า 2,200 บริษัท และผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 145,000 คน จาก 167 ประเทศทั่วโลก

ภายใต้หัวข้อ “น้ำมันและก๊าซ 4.0” (Oil & Gas 4.0) ด้วยสาระสำคัญที่ว่า อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะยังเป็นเสาหลักสำคัญของพลังงานผสมผสาน หลากหลายในอนาคต จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายใหม่เปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว (Disruption)

จากทั้งเทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ รูปแบบพลังงาน และการจัดลำดับภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Order) พร้อมกับการเติบโตขึ้นมาของเอเชียด้วย

งานปีนี้ ปตท.สำรวจปิโตรเลียมและพลังงาน (ปตท.สผ.) เป็น 1 ใน 35 บริษัทน้ำมันแห่งชาติจากทั่วโลก และเข้าร่วม ADIPEC 2019 เป็นปีแรก พร้อมนำสื่อมวลชนไทยเดินทางไปชมบูธจัดแสดงเทคโนโลยีจากการวิจัยและพัฒนาโดย เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส (ARV) บริษัทลูกของปตท.สผ.

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ

ผู้เข้าร่วมชาวต่างชาติให้ความสนใจ

ประกอบด้วยเทคโนโลยีด้านธรณีวิทยา เทคโนโลยีด้านวิศวกรรมและการผลิต และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และ หุ่นยนต์ ได้แก่

1.หุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Inspection-class
Autonomous Underwater Vehicle - IAUV) เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบอุปกรณ์ใต้ทะเล มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานโดยไม่จำเป็นต้องใช้เรือขนาดใหญ่และมีค่าใช้ จ่ายสูง ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ถึงกว่า 50% ในการตรวจสอบอุปกรณ์ใต้ทะเล

ช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานเพราะไม่ต้องใช้นักดำน้ำลงไปทำงาน สามารถตรวจสอบอุปกรณ์ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษได้บ่อยขึ้น จากวิธีเดิมต้องใช้ยานยนต์ควบคุมระยะไกล (Remotely Operated Vehicle - ROV) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

IAUV พัฒนาขึ้นโดยบริษัทเอไอ แอนด์ โรโบติกส์เวน เจอร์ส (ARV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ร่วมกับกลุ่มพันธมิตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และบริษัทเอกชน ปัจจุบันอยู่ในขั้นการทดสอบการใช้งาน โดยคาดว่าจะสามารถนำมาให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2563

2.อุปกรณ์ดูดซับสารประกอบในคอนเดนเสท หรือ ‘ทูสแลม’ (Safe Self Loading/Unloading Absorber Modular - 2SLAM) หลักการทำงานคล้ายกับเครื่องกรองน้ำ ข้างในอุปกรณ์ดังกล่าวจะมีเม็ดสารพิเศษจำนวนมาก มีคุณสมบัติดูดซับสารประกอบไม่พึงประสงค์ออกจากก๊าซธรรมชาติเหลวและน้ำมัน เพื่อให้เชื้อเพลิงเหล่านี้สะอาดและมีคุณภาพ ก่อนส่งขายแก่ผู้บริโภค

2SLAM เป็นเทคโนโลยีระบบปิด สามารถเปลี่ยนเม็ดดูดซับที่ใช้งานแล้วได้อย่างอัตโนมัติและไม่ต้องหยุด กระบวนการผลิต ช่วยประหยัดเวลาลดการใช้ผู้ปฏิบัติงาน และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน

สามารถติดตั้งได้ทั้งบนแท่นผลิตนอกชายฝั่ง บนชายฝั่ง และบนเรือได้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการออกแบบและการวิจัยตัวดูดซับ โดยจะสร้างหน่วยต้นแบบและทดสอบการใช้งานจริงในปี 2563

3.นวัตกรรมการเก็บตัวอย่างสารในท่อส่ง ปิโตรเลียม (Sampling PIG) เก็บตัวอย่างพื้นผิวภายในของท่อส่งปิโตรเลียม นำมาวิเคราะห์ปริมาณของสารตกค้างและประเมินสภาพพื้นผิวภายในของท่อ สามารถเก็บตัวอย่างจากภายในท่อได้หลายจุดโดยไม่ต้องอาศัยเรือสนับสนุน

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายถึง 3 เท่า จากวิธีเดิมต้องใช้นักดำน้ำและเครื่องมือเจาะจากด้านนอกท่อ เพื่อเก็บตัวอย่างภายในซึ่งมีความเสี่ยง ใช้เวลานาน และต้องใช้ระบบและอุปกรณ์สนับสนุนหลายอย่าง วางแผนทดสอบการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริงในปี 2563

และ 4.เทคโนโลยีการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อติดตามการไหลของน้ำและน้ำมันในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม
(Electromagnetics) เทคโนโลยีการเหนี่ยวนำไฟฟ้าเพื่อวิเคราะห์ตำแหน่งของน้ำและน้ำมันใต้ดิน ช่วยในการติดตามทิศทางการไหลของน้ำที่อัดเข้าไปในหลุมเจาะปิโตรเลียม เพื่อดันน้ำมันดิบในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเข้าไปยังหลุมผลิต

ปตท.สผ.ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผล แสดงตำแหน่งของน้ำและน้ำมันผ่านการแสดงผลด้วยสีที่ต่างกัน ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการทดสอบการใช้งาน

งานเดียวกันนี้ นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. กล่าวถึงแผนการลงทุน 5 ปีข้างหน้า (2563-2567) ว่า ปตท.สผ.ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเลียมเป็น 600,000-700,000 บาร์เรลต่อวัน จากเดิมปี 2562 อยู่ที่ 345,000 บาร์เรลต่อวัน

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ

พงศธร ทวีสิน

นอกจากนี้จะลดการซื้อกิจการลง หันมาเน้นลงทุนการสำรวจ เนื่องจากผลตอบแทนการลงทุนดีกว่า และเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและปริมาณการผลิตในอนาคตด้วย

“ปีนี้ ปตท.สผ.เข้าซื้อกิจการปิโตรเลียมหลายโครงการ อาทิ ชนะการประมูลโครงการบงกช-เอราวัณ ในอ่าวไทย ซึ่งสัมปทานจะหมดอายุในปี 2565-2566 เข้าซื้อกิจการในบริษัทพาร์เท็กซ์ โฮลดิ้ง บี.วี. ในโอมาน ทำให้ปริมาณการขายเพิ่มราว 16,000 บาร์เรลต่อวัน” นายพงศธรกล่าว

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ

ครั้งแรกของปตท.สผ.ในเวทีพลังงานระดับโลก

และว่า นอกจากนี้ยังซื้อกิจการของเมอร์ฟี ออยล์ คอร์ปอเรชั่น ในมาเลเซีย ถือหุ้นในโครงการแหล่งก๊าซสินภูฮ่อม และมองหาโอกาสต่อยอดทางธุรกิจก๊าซธรรมชาติในพม่า

ในปัจจุบัน ปตท.สผ.มีโครงการใน 15 ประเทศ แต่จะเน้นลงทุนการสำรวจใน 5 ประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ไทย มาเลเซีย พม่า โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ที่มาเลเซียมีการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ ขนาดใหญ่จากหลุมลัง เลอบาห์-1 อาร์ดีอาร์ 2 ในแปลงเอสเค 410 บี อยู่ระหว่างการวางแผนเจาะหลุมประเมินผล

สำหรับตะวันออกกลาง ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลงทุนในโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 1 และโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 แหล่งก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่ง ซึ่ง ปตท.สผ.ถือหุ้น 30%

ส่วนในโอมานมีโครงการพีดีโอ (บล็อก 6) แปลงสัมปทานน้ำมันดิบบนบกขนาดใหญ่สุดของประเทศ กำลังการผลิตเฉลี่ยราว 610,000 บาร์เรลต่อวัน โครงการมุคไซนา (บล็อก 53) ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ย 120,000 บาร์เรลต่อวัน

เพื่อดำเนินไปตามแผนการลงทุน 5 ปี ข้างหน้า ปตท.สผ.ต้องเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณางบประมาณ 1,700-2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

สำหรับปี 2563 ที่จะถึงนี้ ปตท.สผ. มีแผนเจาะหลุมสำรวจเพิ่มจาก 3 หลุม เป็น 20 หลุม ด้วยงบประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น มาเลเซีย 11 หลุม พม่า โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แผนการลงทุน 5 ปี เป็นไปตามวิสัยทัศน์ใหม่ ‘Energy Partner of Choice’ สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจพลังงานแทนการแข่งขัน ผ่าน 2 กลยุทธ์ ได้แก่

‘Expand’ เน้นขยายการลงทุนในไทยและอาเซียน (Coming-home) และมองหาโอกาสการลงทุนกับประเทศอื่นที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง (Strategic Alliance)

และ ‘Execute’ เพิ่มปริมาณการผลิตและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน

นอกจาก 4 นวัตกรรมของ ปตท.สผ. ภายใน ADIPEC 2019 แล้ว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังลงนามกับ 9 บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ จากหลายประเทศทั่วโลก ตกลงเป็นหุ้นส่วนใน ‘ICE Futures Abu Dhabi’ (IFAD) ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาบูดาบี โดยแพลตฟอร์มของ ICE บริษัทของสหรัฐอเมริกา ผู้กำกับดูแลระบบการซื้อขายล่วงหน้าตลาดการเงินและสินค้าโภคภัณฑ์

IFAD จะกำหนดมาตรฐานอ้างอิงราคาน้ำมันล่วงหน้าใหม่ในชื่อของ ‘น้ำมันดิบมูร์บาน’ (Murban) เป็นทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับผู้ค้าน้ำมัน จากเดิมทั่วโลกจะใช้น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) ของอังกฤษเป็นมาตรฐานอ้างอิง

IFAD จะช่วยบริหารความเสี่ยงและกำหนดราคาซื้อขายน้ำมันดิบอย่างโปร่งใสในตลาดเสรี ถือเป็นการพลิกบทบาทในตลาดโลกครั้งสำคัญของปตท. จากแค่ผู้ค้ามาเป็นผู้ร่วมกำหนดราคาน้ำมันดิบด้วย

“บริษัทน้ำมันทั้ง 9 ที่ลงนามจัดเป็นผู้ผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ของโลก ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 10% ของกำลังการผลิตน้ำมันในองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันออก (OPEC) ที่ประมาณ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน คาดว่า IFAD จะเริ่มการซื้อขายในไตรมาส 1 ปี 2563” นายดิษทัต ปันยารชุน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บมจ.ปตท. กล่าว

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ

ดิษทัต ปันยารชุน

สำหรับน้ำมันดิบมูร์บานเป็นน้ำมันดิบเกรด สมบูรณ์ที่สุดของ ADNOC ปริมาณอยู่ที่ราว 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตในยูเออีราว 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ปตท.จัดซื้อมาในสัดส่วน 20% หรือประมาณ 200,000 บาร์เรลต่อวัน ด้วยคุณสมบัติความหนาแน่นต่ำและกำมะถันไม่ถึง 1% น้ำมันดิบมูร์บานจึงง่ายต่อการกลั่น มีราคาสูงกว่าในตลาดโลก และมีคุณภาพใกล้เคียงน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงทั่วโลก

นายดิษทัตกล่าวอีกว่า เตรียมเสนอแผนดำเนินการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนการค้าใหม่ ที่นครฮูสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐ เพื่อให้คณะกรรมการ ปตท.พิจารณาและให้ความเห็นชอบในไตรมาส 1 ปี 2563 เนื่องจากขณะนี้สหรัฐกลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก จึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปในตลาด

เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ

บูธจัดแสดงของปตท.สผ.

โดยจะปรับสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 5% หรือ 70,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 100,000 บาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง 70%, ตะวันออกไกล 20% และแอฟริกากับอเมริกา 5%

คาดว่ามูลค่าการนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐจะเพิ่มขึ้นจาก 30,000 ล้านบาท เป็น 80,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2563-2564

ทั้งหมดนั้นเป็นก้าวย่างสำคัญของ ปตท.ในอนาคตอันใกล้นี้

พชร เนืองนอง


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เยือน‘อาบูดาบี’-ชมนิทรรศการน้ำมัน ‘ปตท.สผ.’โชว์สุดยอด4นวัตกรรม : รายงานพิเศษ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง