แบงก์กสิกรชี้เศรษฐีแห่นำที่ดินกว่า 400 แปลงกว่า 8 หมื่นล้าน มาสร้างรายได้หวังลดภาระภาษี
เศรษฐีแห่นำที่ดินสร้างรายได้ – นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ ผู้บริหารสายงานไพรเวตแบงก์ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 2563 ตั้งเป้ารักษาสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการใกล้เคียงปี 2562 หรือที่ระดับ 7.5 แสนล้านบาท โดยจะเน้นการบริหารสินทรัพย์ของลูกค้าให้มีผลตอบแทนเพิ่มขึ้นในภาวะที่ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ซึ่งแนะนำลูกค้าให้กระจายการลงทุน โดยเน้นการถือครองเงินสดมากขึ้นในสัดส่วน 5% สำหรับรองรับการลงทุนในช่วงที่ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการปรับฐานลงมา จากหลายปัจจัย อาทิ ราคาหุ้นที่ผ่านมาเต็มมูลค่าแล้ว หรือผลการเจรจาการค้าจีน-สหรัฐ รวมถึงสถานการณ์เบร็กซิต ไม่เป็นอย่างที่ตลาดคาดการณ์
ขณะเดียวกันให้จัดสรรเงินลงทุนประมาณ 55% สำหรับลงทุนในตลาดหลัก เช่น หุ้น ส่วนอีก 17% ลงทุนในพันธบัตร 15% ลงทุนในกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) และอื่นๆ อีก 8% อาทิ ทรัพย์สินที่สร้างรายได้ประจำ โดยเฉพาะรายได้ค่าเช่าในการลงทุนผ่านอสังหาริมทรัพย์ และ โครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงการลงทุนในตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่ที่ยังให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ความไม่แน่นอนยังมีลูกค้าต้องปรับแผนการลงทุนอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2562 ของธนาคารกสิกรไทย ในกลุ่มไพรเวตแบงก์ หรือการบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้าที่มีสินทรัพย์สูง ธนาคารกสิกรไทย ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนลูกค้า 11,600 ราย (จากฐานลูกค้าธนาคารกสิกรไทยกว่า 15 ล้านราย) ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการทั้งหมดประมาณ 7.5 แสนล้านบาท หรือมีสินทรัพย์เฉลี่ยรายละ 70 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ลงทุนรวมถึง 4.5 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 7% และ มีสินทรัพย์ลงทุนซับซ้อน เติบโตขึ้นถึง 24.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สำหรับปี 2563 ธนาคารฯ ยังสานต่อการให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลที่ครบถ้วนที่สุดในประเทศไทย พร้อมผสานความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง ลอมบาร์ด โอเดียร์ อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น
“ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้วโดยอยู่ในช่วงปลายวัฏจักร หรือ Late Cycle ดังนั้นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2563 มองว่าจะเติบโตได้ 3.3% จากปี 2562 ที่คาดว่าจะเติบโตได้ 3% ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าผลการเจรจาระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐจะได้ข้อสรุปในทิศทางที่ดีขึ้น เบล็กซิทมีความชัดเจน ประกอบกับรัฐบาลจีน จะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง และคาดหวังว่ารัฐบาลเยอรมันจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง”
นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกช่วงปลายวัฏจักร ธนาคารมองว่าเป็นโอกาสดีที่จะให้แนะนำลูกค้าปรับพอร์ตการลงทุนในรูปแบบ K-Alpha หรือการหาผลตอบแทนที่เหนือค่าเฉลี่ยของตลาด โดยแนะนำให้ลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง ผ่านกลยุทธ์กองทุนแบบผสมที่ใช้กรอบความเสี่ยงควบคุม ควบคู่กับการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก อย่างทองคำ และหุ้นนอกตลาด อาทิ ที่ผ่านมาธนาคารมีการลงทุนในกองทุนที่ลงทุนใน บริษัท สำรวจอวกาศ สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของนายอีลอน มัสก์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Family Wealth Planning Service) และบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารสินทรัพย์นอกตลาดทุน ซึ่งธนาคารเป็นผู้ริเริ่มให้บริการเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2558 และยังพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการช่วยกำหนดธรรมาภิบาลในครอบครัว การทำธรรมนูญครอบครัว โดยปัจจุบันธนาคารได้ให้บริการไปแล้ว 140 ครอบครัว การช่วยจัดโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินของครอบครัวเพื่อให้ประหยัดต้นทุนทางภาษีมากที่สุดไปได้แล้ว 200 ครอบครัว การตั้งกองทุนสาธารณกุศล และการตั้งสำนักงานครอบครัว ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 5 ครอบครัว
โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน เนื่องจากในปี 2563 จะมีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ให้คำแนะนำลูกค้าในการบริหารภาระภาษี และดูความเป็นไปได้ในการนำที่ดินมาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างรายได้โดยผ่านโครงการ Land Loan for Investment หรือการนำที่ดินลูกค้ามาเป็นหลักประกันในการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าสนใจสนใจนำที่ดินมาให้ขอคำปรึกษากับธนาคารกว่า 400 แปลง รวมมูลค่าที่ดินกว่า 80,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ มี 92 ครอบครัวให้ความสนใจจะทำ แต่ในเบื้องต้นธนาคารได้ให้คำปรึกษาลูกค้าในการทำ Land Loan ไปแล้วประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท โดย 32 แปลงได้ผ่านการอนุมัติแล้วคิดเป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 6 พันล้านบาท จากมูลค่าที่ดินประมาณ 9 พันล้านบาท ขณะที่มีการเบิกใช้วงเงินสินเชื่อไปแล้ว 2.6 พันล้านบาท