เศรษฐกิจ : ผ่าแผนอภิมหาโปรเจ็กต์‘คมนาคม’ลงทุน1.9ล้านล้าน–ช่วยดันเศรษฐกิจ
ผ่าแผนอภิมหาโปรเจ็กต์‘คมนาคม’ : กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนการลงทุน และเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณลงทุนจำนวนมหาศาล
สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทั้งด้านการขนส่งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยสนับสนุนในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ปี 2563 กระทรวงคมนาคมมีโครงการลงทุนอะไรที่จะช่วยไขลานพยุงให้เศรษฐกิจไทย สามารถเดินหน้าต่อไปได้บ้าง
เดือนก.ย. 2562 ที่ผ่านมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นำเสนอแผนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ของกระทรวงคมนาคม ให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจรับทราบ รวมจำนวน 44 โครงการ คิดเป็นวงเงินลงทุนรวม 1,947,310 ล้านบาท
แบ่งออกเป็น วงเงินลงทุนจากงบประมาณแผ่นดิน 259,791 ล้านบาท วงเงินกู้ 1,201,056 ล้านบาท วงเงินจากเอกชนร่วมลงทุนรัฐ (PPP) 338,810 ล้านบาท และวงเงินลงทุนจากรายได้/กองทุน 147,654 ล้านบาท
ล่าสุดมีความคืบหน้าในการเบิกจ่ายตั้งแต่เริ่มต้นโครงการปี 2561 เบิกจ่ายแล้ว 210,788 ล้านบาท ปี 2562 เบิกจ่ายแล้ว 90,254 ล้านบาท ปี 2563 มีแผนเบิกจ่าย 206,040 ล้านบาท และปี 2564 – ระยะต่อไป มีแผนเบิกจ่าย 1,392,972 ล้านบาท
สําหรับ 44 โครงการที่อยู่ในแผน แบ่งออกเป็น
1.โครงการที่ครม.อนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 17 โครงการ วงเงิน 782,329 ล้านบาท ส่วนแหล่งที่มาของงบประมาณนั้นจะมาจากงบประมาณแผ่นดิน 169,176 ล้านบาท เงินกู้ 475,268 ล้านบาท PPP 126,037 ล้านบาท และรายได้/กองทุน 11,848 ล้านบาท
เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายพัทยา–มาบตาพุด วงเงินลงทุน 16,795 ล้านบาท การก่อสร้างงานโยธา ก้าวหน้า 98% ส่วนงานระบบความก้าวหน้า 36% คาดว่า จะเปิดให้บริการ ก.ค.2563
มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน–สระบุรี–นครราชสีมา วงเงินลงทุน 82,326 ล้านบาท งานโยธา ความก้าวหน้า 80% เปิดให้บริการปี 65
มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่–กาญจนบุรี วงเงินลงทุน 63,621 ล้านบาท คืบหน้า 25.02% ล้าช้ากว่าแผน 2 ปี เนื่องจากติดปัญหาค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเวนคืน ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินเวนคืนเพิ่มเติมอีก 12,000 ล้านบาท จากเดิมที่เคยอนุมัติไปแล้ว 5.42 พันล้านบาท
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีมอบเงินจ่ายค่าเวนคืนให้ประชาชนชุดแรกที่จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2562 รวม 1,539 ราย
พร้อมกับกดปุ่มรีสตาร์ตการก่อสร้างอีกครั้งหลังล่าช้ามานาน โดยนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวงระบุว่าได้เร่งรัดปรับแผนการก่อสร้างให้เสร็จเร็วขึ้นในช่วงต้นปี 2566
โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 จำนวน 7 สายทาง ระยะทางรวม 993 กิโลเมตร เช่น ช่วงชุมทางถนนจิระ–ขอนแก่น วงเงินลงทุน 24,909 ล้านบาท ก่อสร้างแล้วเสร็จแล้ว
โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมาวงเงิน 179,412 ล้านบาท แบ่งงานโยธาออกเป็น 14 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 2 สัญญา เตรียมดำเนินการ 12 สัญญา
โครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง 2 สายทางวงเงินลงทุนรวม 101,136 ล้านบาท คือ ช่วงบางซื่อ–รังสิต และช่วงบางซื่อ–ตลิ่งชัน เปิดบริการปี 2564 พร้อมสถานีกลางบางซื่อ
โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม–มีนบุรี–สุวินทวงศ์ส่วนตะวันออก วงเงินลงทุน 108,823 ล้านบาท เปิดบริการปี 2566
โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย – มีนบุรี วงเงินลงทุน 50,340 ล้านบาท ความก้าวหน้างานก่อสร้าง 38.08% คาดเปิดบริการปี 2564
โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว – สำโรง วงเงินลงทุน 46,990 ล้านบาท เปิดบริการปี 2564 โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายคลังขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย วงเงินลงทุน 2,219 ล้านบาท อยู่ระหว่างก่อสร้าง ส่วนการบริหารจัดการโครงการ ยังไม่สามารถเสนอขออนุมัติครม.เรื่องรูปแบบการลงทุน PPP ได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนการใช้ ที่ดินส.ป.ก.
2.โครงการที่ครม.อนุมัติแล้วและอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการ จำนวน 12 โครงการ วงเงิน 412,739 ล้านบาท โดยแหล่งที่มาของงบประมาณ จะมาจากงบประมาณแผ่นดิน 43,085 ล้านบาท เงินกู้ 286,432 ล้านบาท PPP 23,679 ล้านบาท รายได้/กองทุน 59,543 ล้านบาท
เช่น โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง ช่วงวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้านตะวันตก วงเงินลงทุน 31,244 ล้านบาท ใช้เงินกองทุน TFF ได้ผู้ชนะการประกวดราคาแล้ว 4 สัญญา จากทั้งหมด 5 สัญญา
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2562 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างสัญญาที่ 4 คืองานก่อสร้างสะพานขึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา วงเงินลงทุน 6,636 ล้านบาท กับบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)ไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนอีก 4 สัญญาที่เหลือนั้น สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างงานโยธา ระยะทาง 5.3 กิโลเมตร (ก.ม.) วงเงินลงทุน 7,242 ล้านบาท อยู่ในขั้นตอนการอุทธรณ์ผลการประมูล
ที่ผ่านมากิจการร่วมค้า CTB ซึ่งประกอบด้วย China Harbour Engineering Company Limited, บริษัท ทิพากร จำกัด และบริษัท บุรีรัมย์ธงชัยก่อสร้าง จำกัด ชนะประมูล ส่วนสัญญา 1 และสัญญา 3 งานโยธา รอลงนามในสัญญาในช่วงเดือน ม.ค. 2563 และสัญญา 5 ปัจจุบันอยู่ระหว่างเผยแพร่เอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์)
โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ วงเงินลงทุน 124,958 ล้านบาท อยู่ระหว่างออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน คาดว่าจะประกวดราคางานโยธา ได้ช่วงเม.ย. – ธ.ค. 2563
โครงการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ช่วงเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ วงเงินลงทุน 85,345 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณปี 2563 เพื่อจ้างที่ปรึกษาจัดการประกวดราคาและเวนคืนที่ดิน
โครงการก่อสร้างเส้นทางสายใหม่ช่วงบางไผ่–มุกดาหาร–นครพนม วงเงินลงทุน 66,848 ล้านบาท อยู่ระหว่างขอรับจัดสรรงบประมาณเพื่อจ้างที่ปรึกษาจัดการประกวดราคาและเวนคืนที่ดิน
นอกจากนี้มีโครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม วงเงินลงทุน 1,190 ล้านบาท อยู่ระหว่างจัดหาที่ดิน ส่วนการบริหารจัดการโครงการ คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนต้นปี 2563
โครงการก่อสร้างรถไฟชานเมืองสายสีแดง 3 สายทาง วงเงินลงทุนรวม 23,417 ล้านบาท คือ ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ช่วงตลิ่งชัน–ศาลายา และช่วงตลิ่งชัน–ศิริราช เปิดบริการปี 2566
โครงการก่อสร้างทางวิ่ง (รันเวย์) ช่วงที่ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ วงเงินลงทุน 21,795 ล้านบาท อยู่ระหว่างทำ EHIA กำหนดเสร็จปี 2565
โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 114,046 ล้านบาท อยู่ระหว่างคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน
โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) วงเงินลงทุน 10,588 ล้านบาท คาดว่าจะลงนามในสัญญาร่วมลงทุนระหว่างบริษัทการบินไทยกับบริษัทแอร์บัสปี 2563
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วงเงินลงทุน 224,544 ล้านบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2562 การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ลงนามในสัญญาดำเนินโครงการร่วมกับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร) หรือ CPH มีนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นตัวแทนไปแล้ว ให้สัญญาสัมปทาน 50 ปี
คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ภายใน 1 ปี และก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2566
3. โครงการที่คณะกรรมการ PPP เห็นชอบแล้วและเสนอ สคร. เตรียมเสนอครม. 2 โครงการ วงเงิน 201,073 ล้านบาท
แหล่งที่มาของงบประมาณนั้นมาจากงบประมาณแผ่นดิน 32,960 ล้านบาท เงินกู้ 168,095 ล้านบาท รายได้/กองทุน 19 ล้านบาท
ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์–มีนบุรี–สุวินทวงศ์ วงเงินลงทุน 122,067 ล้านบาท อยู่ระหว่างเสนอครม. อนุมัติงานโยธา
ส่วนช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรม ปรับรูปแบบการเดินรถและมอเตอร์เวย์สายนครปฐม–ชะอำ วงเงินลงทุน 7.9 หมื่นล้าน อยู่ระหว่างออกกฎกระทรวงที่พักริมทาง คาดว่าจะเปิดประมูลได้ต้นปี 2563
4.โครงการที่จะนำเสนอครม.ในระยะต่อไป 13 โครงการ วงเงิน 551,170 ล้านบาท ใช้งบประมาณแผ่นดิน 14,569 ล้านบาท เงินกู้ 439,356 ล้านบาท รายได้/กองทุน 76,245 ล้านบาท
ได้แก่
โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–หัวลำโพง และช่วงบางซื่อ–หัวหมาก ระยะทาง 25.19 กิโลเมตร
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่สอง 7 สายทาง ระยะทางรวม 1,483 กิโลเมตร
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน–บ้านแพ้ว วงเงินลงทุน 32,642.50 ล้านบาท
โครงการจัดหาเครื่องบิน จำนวน 38 ลำของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน 156,169 ล้านบาท อยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียดแผนจัดซื้อ นำกลับมาเสนอให้บอร์ดการบินไทยพิจารณาอีกครั้งภายในเดือน มี.ค.2563
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 37,590 ล้านบาท บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ทำเรื่องเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงินลงทุน 15,818 ล้านบาท
และโครงการศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบินและอวกาศ อู่ตะเภา วงเงินลงทุนรวม 2,715 ล้านบาท
ทั้งหมดนั้นเป็นอภิมหาโปรเจ็กต์ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี 2563 และปีต่อๆ ไป