‘เฉลิมชัย’ หารือ 4 สมาคมปุ๋ย หั่นราคา 200-800 บาท/ตัน หวังช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต

‘เฉลิมชัย’ หารือ 4 สมาคมปุ๋ย

‘เฉลิมชัย’ หารือ 4 สมาคมปุ๋ย หั่นราคา 200-800 บาท/ตัน หวังช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิต

‘เฉลิมชัย’ หารือ 4 สมาคมปุ๋ย – นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสมาคมการค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้เชิญสมาคมการค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร มาร่วมหารือแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรโดยการลดต้นทุนปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องและสนับสนุนโครงการของกระทรวงเกษตรฯ เบื้องต้นสมาคมทั้ง 4 สมาคม ได้มีการลดราคาปัจจัยการผลิตทางการเกษตรลง โดยสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ได้ลดราคาปุ๋ยเคมี 200-800 บาท/ตัน จำนวน 252,500 ตัน มูลค่าส่วนลด 112,050,000 บาท ระยะเวลาการดำเนินการในช่วงเดือนม.ค.-ธ.ค. 2563 สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย ลดราคาปุ๋ยเคมี 400 บาท/ตัน จำนวน 125,000 ตัน มูลค่าส่วนลด 50,000,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการ 15 มี.ค.-15 ธ.ค. 2563

สมาคมธุรกิจปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพไทย ลดราคาปุ๋ยอินทรีย์เม็ด-ผง 400-4,100 บาท/ตัน จำนวน 142,000 ตัน และปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 22 บาท/ลิตร จำนวน 40,000 ลิตร (40 ตัน) มูลค่าส่วนลดรวม 241,680,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการในช่วงเดือนมี.ค.-ธ.ค. 2563 และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งนี้ ปุ๋ยเคมีสูตรหลัก/ปุ๋ยอินทรีย์จากสมาคมการค้าปุ๋ย ที่มีการหารือในแนวทางการดำเนินการลดต้นทุนการผลิต มีจำนวน 9 สูตร ได้แก่ 46-0-0, 0-0-60, 18-46-0, 15-15-15, 16-20-0, 21-0-0, 21-7-14, 16-16-8 และปุ๋ยอินทรีย์ (เม็ด/ผง) / ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ

ทั้งนี้ จากนโยบายพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการฟื้นภาคการเกษตรของไทยให้มีทำการเกษตรแบบยั่งยืน จึงต้องทำให้รากฐานของประเทศซึ่งได้แก่เกษตรกรมีความเข้มแข็งและมีโอกาสอยู่ดีกินดี กระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งดำเนินการตามนโยบายลดต้นทุนการผลิต โดยจะมีการร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการลดปัจจัยการผลิตทางการเกษตรลง ซึ่งจากการพูดคุยดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนเป็นอย่างดี และหลังจากนี้ได้มอบหมายกรมวิชาการเกษตรในการหารือร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมส่งเสริมสหกรณ์ในการหาช่องทางการขายปัจจัยการผลิตดังกล่าวให้ถึงมือเกษตรกรได้โดยตรง

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมุ่งเน้นในเรื่องเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภคเป็นหลัก การดำเนินการตามนโยบายต่างๆ จึงต้องการให้เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมของประเทศให้มากที่สุด ซึ่งหากภาคการเกษตรของไทยสามารถขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ก็จะทำให้ภาคเศรษฐกิจของประเทศสามารถเดินหน้าได้ด้วยเช่นกัน

บทความก่อนหน้านี้ดวงประจำวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2563 ราศีใดจะถูกของร้อนๆ ลวก ราศีใดจะได้ลาภลอย
บทความถัดไปไก่ จัดหนัก ทุ่มกวาด “พิอาเต็ก-เดมเบเล-เซเมโด” เสริมแกร่งครึ่งซีซันหลัง