สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย คาดปี’63 ส่งออกโต 0-1% ระบุการระบาดของโคโรนาแค่ระยะสั้น มั่นรัฐบาลไทย-จีนเอาอยู่ ชี้งบประมาณล่าช้าฉุดจีดีพีมากกว่าไวรัส
คาดปี’63 ส่งออกโตแค่ 0-1% – น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวถึงการส่งออกไทยในปี 2563 ว่า จะเติบโต 0-1% บนสมมติฐานค่าเงินบาท 30.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยยังไม่รวมผลกระทบที่อาจเกิดจากการสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งจะมีการประเมินกันอีกครั้งหากการระบาดยังไม่สามารถควบคุมได้
ซึ่งในเบื้องต้นสรท. ยังมองว่า การส่งออกของไทยยังมีปัจจัยบวกจากการระบาดของไวรัส เช่น ไทยอาจได้รับอานิสงส์ 1. จากลูกค้าของจีนหันมานำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากไทยเพื่อทดแทน 2. ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย เป็นโอกาสดีในระยะสั้นสำหรับผู้ประกอบการส่งออกในการประมาณการซื้ออัตราซื้อขายล่วงหน้า ได้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงช่วยดึงนักท่องเที่ยวชาติอื่นให้เข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น ทดแทนนักท่องเที่ยวจีน 3. การลงนามความตกลง สหรัฐและจีน ระยะแรก ยังคงมีมุมมองในเชิงบวกทำให้บรรยากาศการค้าระหว่างประเทศผ่อนคลายมากขึ้น และ 4. การส่งออกทองคำยังไม่ขึ้นรูปในช่วงที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น

ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญคือ 1. การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในหลายประเทศทั่วโลก อาจส่งผลกระทบเชิงลบ เช่น ภาคการท่องเที่ยว จะมีเม็ดเงินหายไปเกือบแสนล้านบาท การลงทุนและการส่งออกของไทยในระยะสั้นจะได้รับผลกระทบ เพราะการส่งออกไปจีนไม่ได้ ทำให้มีสินค้าคงคลังมากเกินไป เนื่องจากตลาดจีนมีสัดส่วนการส่งออกในปี 2562 กว่า 11.8% ของการส่งออกไทยไปทั่วโลก
“สรท. ยังมองว่าปัญหาการระบาดของไวรัสเป็นเพียงระยะสั้นทางการจีนน่าจควบคุมการระบาดได้ในเร็ววันนี้ และไทยเองก็สามารถรักษาผู้ป่วยให้หายได้ ดังนั้นขณะนี้สรท. จึงยังไม่ปรับประมาณการณ์การส่งออกและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ยังยึดตามที่ทางศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าระบุว่าการระบาดของไวรัสจะกระทบต่อเศรษฐกิจ 1.17 แสนล้านบาท หรือจีดีพี ลดลง 0.67% หากสามารถคุมโรคได้ใน 3 เดือน ส่วนการส่งออกของไทยไปจีนในไตรมาสแรกของปี 2563 อาจได้รับผลกระทบ 0.87% เมื่อเทียบกับผลกระทบของโรคซาร์ส ที่กระทบต่อการส่งออกที่ 1.75% โดยมีความเสียหายที่ประมาณ 65 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 2,000 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือสินค้าเกษตร ผัก ผลไม้ และคาดว่าจะทำให้มูลค่าการท่องเที่ยวเสียหาย 6-7.5 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวหายไป 1.89 ล้านคน หากโรคระบาดลากยาวไปถึง 3 เดือน” น.ส.กัณญภัคกล่าว
ทั้งนี้ สรท. ประเมินว่าการส่งออกของไทยไปจีนในไตรมาสแรกของปี 2563 อาจสูญรายได้หลายพันล้านบาท การขนส่งสินค้าเข้าจีนบางสายการเดินเรือยังเปิดรับจองระวางไปเมืองอื่น (ยกเว้นอู่ฮั่น) แต่ศุลกากรปลายทางยังไม่อนุญาตให้เคลียร์สินค้าเข้าประเทศจีนได้ ทำให้สินค้ายังคงค้างอยู่ที่ท่าเรือปลายทาง และเมื่อเปิดบริการตามปกติ คาดว่าหลังวันที่ 10 ก.พ. เป็นต้นไป จะมีเรือและสินค้าจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาความแออัดในท่าเรือซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายพิเศษ PCS (Port Congestion Surcharge)
2. กรณีค่าเงินบาทแข็ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอให้ผู้ประกอบการในประเทศเร่งนำเข้าวัตถุดิบมาสต๊อกเตรียมการผลิต หากแต่วัตถุดิบบางรายการโดยเฉพาะสินค้าเกษตรถูกจำกัดด้วยมาตรการจำกัดการนำเข้า (หรือโควตา) อาทิ มะพร้าว หอมหัวใหญ่ กาแฟ ส่งผลกระทบภาคอุตสาหกรรมที่ไม่มีผลิตเพียงต่อผลิตเพื่อส่งออกรวมทั้ง ปัญหาภัยแล้ง ที่คาดว่าปีนี้จะส่งผลรุนแรงกว่าที่ผ่านมา ย่อมส่งผลโดยตรงต่อผลิตทางการเกษตร ซ้ำเติมภาคอุตสาหกรรมเรื่องวัตถุดิบในประเทศที่ไม่เพียงพอต่อการผลิต
3. ผลกระทบจากการออกมาตรการจำกัดการวิ่งของรถบรรทุก และ 4. ความล่าช้าในการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขาดความต่อเนื่องในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอันเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มนักลงทุน ผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงภาคประชาชน
น.ส.กัณญภัค กล่าวอีกว่า ดังนั้นสรท. จึงมีข้อเสนอแนะ ในส่วนของการแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤต เช่น การสนับสนุนมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 21 ม.ค. 2563 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤต รวมทั้ง สนับสนุนผู้ประกอบการให้ปรับเปลี่ยนไปใช้รถบรรทุกพลังงานสะอาดให้มากขึ้น อาทิ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี ลดต้นทุนประกันภัย และควรผ่อนผันให้รถบรรทุกที่ใช้พลังงานสะอาด เป็นต้น
ส่วนผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา นั้นขอให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องผ่อนคลายมาตรการนำเข้าวัตถุดิบ โดยกำหนดเพิ่มโควตานำเข้าวัตถุดิบบางรายการโดยเฉพาะสินค้าเกษตรเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะในปีนี้ที่คาดว่าสถานการณ์ภัยแล้งจะรุนแรงกว่าที่ผ่านมา ผ่อนคลายกฎระเบียบในการขออนุญาตนำเข้าให้มีความสะดวกมากขึ้น และหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดจีนในระยะสั้น จากปัญหาโคโรนาทำให้จีนปิดเมืองสำคัญหลายเมืองทำให้การส่งออกสินค้าทั้งทางอากาศและทางเรือได้รับผลกระทบ ขอให้ภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งหาตลาดทดแทนจีนในระยะสั้นโดยเฉพาะสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปจีน
นายคงฤทธิ์ จันทริก ผู้อำนวยการบริหาร สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความล่าช้าในการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขาดความต่อเนื่องในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอันเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มนักลงทุน ผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงภาคประชาชน ภาคเอกชนมองว่าประเด็นนี้จะมีผลต่อจีดีพีของประเทศ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการใหม่ๆ ไม่มีใครกล้าลงนามเพื่อดำเนินโครงการใหม่ๆ ส่งผลให้การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจชะงัก ซึ่งเอกชนมองว่าประเด็นนี้น่าจะมีผลต่อจีดีพีมากกว่าการระบาดไวรัสโคโรนา เพราะมองว่าเป็นเพียงการระบาดระยะสั้นๆ และทุกประเทศน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้