ยายวัย 72 เครียด โอนเงินผิดบัญชี 2 หมื่น โทรไปทวง แม่คู่กรณีบอกลูกสาวกดไปใช้หมดแล้ว ขอผ่อนเดือนละ 2,000 ถ้าจะเอาตอนนี้ก็ไม่มีเงินคืนให้

27 ส.ค. 69 – น.ส.ศวรรณี อายุ 72 ปี ชาวบ้าน อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ได้เดินทางเข้าขอคำปรึกษาและร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ณ ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดแพร่ เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามเงินจำนวนกว่า 20,000 บาท หลังประสานงานทางธนาคารและตำรวจแล้วเรื่องยังล่าช้า หวั่นสูญเงินก้อนดังกล่าวไปฟรี ๆ

​น.ส.ศวรรณี เล่าว่า วันที่ 19 ส.ค. ได้โอนเงินส่งเงินให้หลาน แต่หลานแจ้งว่ายังไม่ได้รับเงิน เมื่อตรวจสลิปพบว่าเงินถูกโอนผิดไปบัญชี น.ส.ต้องใจ ซึ่งเป็นผู้ที่ตนโอนเงินให้หลายครั้ง เนื่องจากสนิทกับแม่ น.ส.ต้องใจ และมักวานให้ช่วยโอนเงินบ่อยครั้ง ครั้งละ 500-1,000 บาท ทำให้มีชื่อและเลขบัญชีค้างในรายการ ด้วยความหลงลืมตามวัย จึงกดเลือกบัญชีผิดโดยไม่ได้ตรวจสอบชื่อผู้รับให้ถี่ถ้วน

หลังทราบว่าโอนผิด จึงได้รีบติดต่อไปยังแม่ น.ส.ต้องใจ เพื่อขอเงินคืน ก่อนที่แม่คู่กรณียอมรับว่าทราบเรื่องที่มีเงินโอนเข้ามาผิด แต่ได้นำเงินจำนวน 21,130 บาท ไปใช้จ่ายจนหมดแล้ว พร้อมเสนอว่าจะขอผ่อนคืนให้เดือนละ 2,000 บาท

แต่ตนไม่ยินยอม เนื่องจากเป็นเงินของหลาน จำเป็นต้องใช้จ่าย จึงแจ้งไปว่าหากไม่คืนเงินจะดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ปลายสายกลับปฏิเสธว่าถ้าจะเอาตอนนี้ก็ไม่มีเงินคืนให้

​ต่อมาตนเดินทางไปแจ้งเรื่องกับธนาคาร เพื่อขอให้อายัดบัญชีปลายทาง แต่ทางธนาคารแจ้งว่าต้องมีเอกสารตราครุฑและใบแจ้งความจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาประกอบ ซึ่งตอนแรกตนไม่ได้แจ้งความทันที ทำให้กระบวนการติดตามเงินล่าช้าไปถึง 5 วัน จนกลัวว่าจะไม่ได้เงินคืน จึงแจ้งความและร้องเรียนต่อสื่อมวลชนในการประสานงานติดตามคดี

“ฉันอายุมากแล้ว มีอาการหลง ๆ ลืม ๆ ที่ผ่านมาก็มีน้ำใจช่วยเหลือโอนเงินให้เขามาตลอด จึงอยากฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติสังคม ก่อนจะโอนเงินทำธุรกรรมใด ๆ ควรตรวจชื่อ-นามสกุล และเลขบัญชีผู้รับให้แน่ใจเสียก่อน อย่าชะล่าใจ มิฉะนั้นอาจต้องมาเสียใจและเดือดร้อนเหมือนฉัน เงินสองหมื่นกว่าบาทยุคนี้กว่าจะหาได้ลำบากมาก” ​น.ส.ศวรรณี กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน