กทพ.นัด‘บีอีเอ็ม’ลงนามเย็นนี้ ขยาย สัมปทานทางด่วน 15 ปี 8 เดือน

สัมปทานทางด่วน / นายสุรงค์ บลูกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยถึงผลการประชุมบอร์ดกทพ.ว่า ที่ประชุมหารือถึงมติครม.ที่เห็นชอบแนวทางยุติข้อพิพาททางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม) โดยแลกกับการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน 15 ปี 8 เดือน โดยกทพ.และบีอีเอ็มอยู่ระหว่างพิจารณาตรวจร่างสัญญา และทยอยถอนฟ้องคดีระหว่างกัน คาดว่าจะลงนามในสัญญาภายในสัปดาห์นี้แน่นอน

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

“หากยังถอนฟ้องไม่แล้วเสร็จก่อนลงนาม กทพ.อาจจะจำเป็นต้องยึดรายได้จาการเก็บค่าผ่านทางไว้ก่อน เพื่อเป็นหลักประกัน และจะคืนให้บีอีเอ็มภายหลังถอนฟ้องครบทุกคดีแล้ว”นายสุรงค์กล่าว

นายสุรงค์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังยับยั้งการลาออกจากตำแหน่งของนายวิชาญ เอกรินทรากุล รองผู้ว่าการกทพ.ฝ่ายกลยุทธ์และแผนงาน ที่ก่อนหน้านี้ถูกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่ากทพ. เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้มีความรู้สามารถทำประโยชน์ให้องค์กรได้ โดยมีมติแต่งตั้งให้นายวิชาญไปดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากทพ.แทน ซึ่งนายวิชาญก็สมัครใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ขณะเดียวกันบอร์ดกทพ.ยังมีมติแต่งตั้งนายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการกทพ.ฝ่ายปฏิบัติการ ให้รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการกทพ. คนใหม่แทนนายวิชาญ ซึ่งโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.เป็นต้นไป

เมื่อถามว่านายดำเกิงจะลาออกจากตำแหน่งก่อนการลงนามในสัญญาขยายสัมปทานหรือไม่ นายสุรงค์กล่าวว่า คิดว่าคงไม่ลาออก เพราะนายดำเกิงรับทราบแล้วว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อ ซึ่งถือว่าเป็นการการเสียสละเพื่อองค์กร

นายสุรงค์กล่าวต่อถึงกรณีที่มีข้อสงสัยว่าบีอีเอ็มมีสิทธิ์ต่อสัญญาได้อีก 20 ปี หลังจากการขยายสัญญาสัมปทานฉบับใหม่สิ้นสุดลง หรือหลังจากวันที่ 31 ต.ค.78 นั้น เรื่องนี้เป็นการเข้าใจผิด เพราะในสัญญาระบุชัดเจนว่าบีอีเอ็มสามารถเจรจาต่อสัญญาตามสิทธิของสัญญาเดิมได้ 20 ปี ดังนั้นเมื่อครม.มีมติให้ขยายสัญญาไปแล้ว 15 ปี 8 เดือน ก็เท่ากับว่าบีอีเอ็มมีสิทธิเจรจาขอต่อสัญญาได้อีกแต่ 4 ปี 4 เดือนเท่านั้นไม่ใช่ 20 ปีตามที่หลายฝ่ายแสดงความกังวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กทพ. จะจัดให้มีการลงนามในสัญญาร่วมกับ บีอีเอ็ม ในวันที่ 20 ก.พ. เวลา 16.30 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน