น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงความกังวลว่า สหรัฐและจีนอาจกลับมามีความขัดแย้งทางการค้ากันอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐอาจยกเลิกข้อตกลงเศรษฐกิจการค้าระยะแรกกับจีน หากจีนไม่ทำตามข้อตกลงการซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 2 ปี (วันที่ 1 ม.ค. 2563-31 ธ.ค. 2564) นอกจากนี้ สหรัฐพร้อมจะกลับมาใช้มาตรการกับจีนเพิ่มเติม โดยอ้างเหตุการพบความเชื่อมโยงระหว่างจีนและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังสร้างความเสียหายต่อประชากรและเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง

สำหรับประเทศไทย ในช่วงสงครามการค้าในปีที่ผ่านมา แม้ว่าการส่งออกจากไทยไปจีนจะหดตัวที่ 3.8% แต่การส่งออกไปสหรัฐ ยังคงขยายตัวดีที่ 11.8% และไทยยังมีโอกาสในทั้งสองตลาดด้วยความสามารถในการทดแทนสินค้าที่สหรัฐ และจีนขึ้นภาษีระหว่างกัน โดยในปี 2562 ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 1.35% (จาก 1.26% ในปี 2561 โดยสินค้าที่เติบโตดีในตลาดสหรัฐ อาทิ อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน รวมทั้งมีส่วนแบ่งในตลาดจีนเพิ่มขึ้นเป็น 2.23% จาก 2.10% ในปี 2561 สินค้าที่เติบโตดีในตลาดจีน อาทิ กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็งเครื่องดื่มเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว

สำหรับการส่งออกของไทยในปี 2563 พบว่า สินค้าที่เคยได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีสัดส่วน 14% ของการส่งออกรวม กลับมาขยายตัวตั้งแต่เดือนม.ค. 2563 สะท้อนการปรับตัวของการส่งออกไทย ทำให้ผลกระทบของสงครามการค้าต่อการส่งออกไทยเริ่มลดลง และอานิสงส์จากการที่ไทยสามารถเป็นห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain) ทดแทนสินค้าจีน ในช่วงโรงงานในอู่ฮั่นปิดทำการจากไวรัสโควิด-19 โดยในไตรมาสแรกของปี 2563 การส่งออกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 4.5% สินค้าที่เติบโตได้ดี อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 8.8% เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 229.2% วงจรพิมพ์ ขยายตัว 6.3% เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ ขยายตั 26.3% และการเติบโตกระจายตัวในหลายตลาดมากขึ้น ได้แก่ สหรัฐ ขยายตัว 39.1% ฮ่องกง ขยายตัว 1.0% จีน ขยายตัว 14.6% สิงคโปร์ ขยายตัว 22.8% เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ยังต้องประเมินแนวโน้มการทดแทนอีกสักระยะว่าประเทศผู้นำเข้าจะใช้แหล่งทางเลือกทดแทนจีน เพื่อกระจายความเสี่ยงอย่างถาวรหรือไม่ ภายหลังโรงงานในจีนกลับมาเปิดทำการตามปกติ นอกจากนี้ การส่งออกสินค้ากลุ่มอาหารก็ขยายตัวได้ดี ตอบสนองแนวโน้มความต้องการความมั่นคงทางอาหารท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 สินค้าส่งออกสําคัญ ได้แก่ไก่สด แช่เย็นและแช่แข็ง ขยายตัว 28.6% ผักกระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 11.7% ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัว 9.0% สิ่งปรุงรสอาหาร ขยายตัว 12.1%

“ในภาพรวม ถือว่าผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวรองรับสงครามการค้าได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์และท่าทีระหว่างสหรัฐ และจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะขณะนี้ ที่สหรัฐ กำลังเข้าสู่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในเดือนพ.ย. 2563 ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์อาจออกนโยบายหรือมาตรการอื่นๆ กับจีนเพิ่มเติมอีก” ผอ. สนค. กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลการค้าสหรัฐ-จีน ในภาพรวม ครอบคลุมสินค้าทุกรายการ (ไม่ใช่เพียงสินค้าภายใต้ข้อตกลงฯ) พบว่า ในไตรมาสแรกของปี 2563 จีนนำเข้าจากสหรัฐ เป็นมูลค่า 27,477 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3.6% เทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว ขณะที่จีนส่งออกไปสหรัฐ 68,183 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงถึง 25.1% โดยสหรัฐ เป็นฝ่ายขาดดุลการค้าจีน 40,706 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว พบว่า สหรัฐ ขาดดุลการค้ากับจีนลดลงเกือบ 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน