หอการค้าแนะผู้ประกอบการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยรับ New Normal สร้างความโดดเด่นสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศอย่างยั่งยืน คาดโควิด-19 กินเวลากว่า 1 ปี กระทบจีดีพีโลก 9.7% มูลค่า 8.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
คาดโควิด-19 กินเวลากว่า 1 ปี – นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในการสัมมนาออนไลน์ “New Normal ธุรกิจไทย ฝ่าวิกฤตโควิด-19” ร่วมกับหน่วยงานภาคสาธารณสุข ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม โดยประเมินว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก (จีดีพี) ปี 2563 ประมาณ 6.4-9.7% หรือสูญเสียเม็ดเงินราว 5.8-8.8 ล้านล้านเหรียญดอลลาสหรัฐ
ซึ่งในส่วนของผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา คาดว่าจะมีคนตกงานประมาณ 7 ล้านคน และหากสถานการณ์ยืดเยื้อต่อเนื่องไปอีก 3-4 เดือน คาดว่าจะมีคนตกงานเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน แต่จากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการระยะ 2 ให้ธุรกิจบางประเภทเปิดให้บริการได้เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นมองว่าภาคธุรกิจควรใช้ช่วงโอกาสนี้ ยกระดับมาตรฐานการบริการของธุรกิจในประเทศ เพราะการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้จะเน้นบริบทใหม่ที่ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพ สร้างความแตกต่าง การปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้า ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย เพื่อสร้างความโดดเด่น และความมั่นใจให้กับทั้งคนไทยและต่างประเทศ
“การจัดสัมมนาในครั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดการปรับตัว ยกระดับมาตรฐานทางธุรกิจ สำหรับการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่ พร้อมมาตรการการเปลี่ยนผ่านในการปรับพฤติกรรมของประชาชน การเตรียมพร้อม การเปิดสถานประกอบการภายใต้สถานการณ์โควิด-19 นี้ ข้อปฏิบัติพื้นฐานของสถานประกอบการที่ควรปฏิบัติ เพราะจากการประเมินสถานการณ์ของโรคโควิด-19 คาดว่าจะกินระยะเวลากว่า 1 ปี ดังนั้นการสร้างมาตรการเรื่องความปลอดภัยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือ นิวนอมอล จึงเป็นเรื่องจำเป็น ส่วนการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากนี้ มองว่ายังต้องทำงานจากที่บ้านหรือ Work from Home ไปอีกระยะ เพราะแม้จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อลดน้อยลงแต่ยังไม่สามารถไว้วางใจได้”นายกลินท์ กล่าว
นายกลินท์ กล่าวอีกว่า นอกจากการทำงานในเชิงรุกของหอการค้าไทยฯ ที่ได้จัดกระบวนการเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการของสถานประกอบการแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม ตามมาตรการคลายล็อกดาวน์ของรัฐบาลในแต่ละเฟส รวมทั้งแนวทางการป้องกันความเสี่ยงของสถานประกอบการ โดยได้มีการประเมินความเสี่ยงในแต่ละด้าน รวมถึงการร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มไทยแคร์ เพื่อช่วยในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ใช้บริการ โดยพัฒนามาจากแนวคิด “คนไทยร่วมกันแคร์” ซึ่งเป็นการประสานพลัง 3 แคร์ ได้แก่ ร้านค้าแคร์ ลูกค้าแคร์ และสังคมแคร์ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชน รวมไปถึงกระบวนการเปิดเมืองที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ