คมนาคม ตีกลับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.5 แสนล้าน อีอีซีเฟส 2 – คาดชงบอร์ดอีอีซีไฟเขียวเดือนก.ค.นี้
ตีกลับลงทุนอีอีซีเฟส2 – นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ระยะที่ 2 ว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) นำเสนอแอกชั่นแพลนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ระยะที่ 2 (2565-2570) จำนวน 106 โครงการ วงเงินลงทุน 2.52 แสนล้านบาท เบื้องต้นที่ประชุมขอให้ สนข. กลับไปทบทวนและคัดกรองโครงการใหม่ โดยให้เลือกเฉพาะโครงการลงทุนที่ช่วยสนับสนุนโครงการลงทุนอีอีซี เฟส 1 เท่านั้น โดยเฉพาะให้สอดรับกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการแหลมฉบังเฟส 3 และ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการระหว่างปี (2560-2564) 168 โครงการ วงเงินลงทุน 9.88 แสนล้านบาท รวมทั้งให้โอนโครงการที่ดำเนินการไม่ทันในเฟส 1 เข้ามาบรรจุในเฟส 2 ด้วยและตัดโครงการที่ไม่จำเป็นออก
นอกจากนี้ ยังให้ สนข. พิจารณานำโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านโครงสร้างพื้นฐานในรูปของซอฟต์แวร์เข้ามาบรรจุในโครงการลงทุนเฟส 2 ด้วย เพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของไทยให้ทันสมัยในรูปแบบของอี-โลจิสติกส์
“ที่ประชุมให้ สนข. ไปทบทวนโครงการใหม่ อะไรที่ไม่เกี่ยวกับอีอีซีให้ตัดออก คาดว่าจะทำให้เม็ดเงินลงทุนเฟส 2 ในอีอีซี ลดลงต่ำกว่า 2.52 แสนล้านบาทแน่นอน หลังจากสนข. ทบทวนแอกชั่นแพลนเสร็จ ให้นำแอกชั่นแพลนไปจัดเวิร์กช็อปร่วมกันผู้ประกอบการเอกชน เพื่อรับข้อเสนอ นำมาประกอบแอกชั่นแพลน และให้นำกลับมาเสนอ คณะทำงานฯ ช่วงต้นเดือนก.ค. หากเห็นชอบก็สามารถจะเสนอให้บอร์ดอีอีซี พิจารณาอนุมัติได้ในเดือนก.ค. เช่นกัน”
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงการใหม่ที่คาดว่าจะนำมาบรรจุในแอกชั่นแพลนอีอีซีเฟส 2 การพัฒนาระบบรถไฟรางเบา (แทรม) เมืองพัทยา ที่ สนข. ศึกษาเพื่อเชื่อมต่อระบบการขนส่งทางรางจากไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบินมายังแหล่งท่องเที่ยวเมืองพัทยา นอกจากนี้ ยังขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างรถไฟทางคู่เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอีอีซี เพื่อส่งสินค้าจากนิคมอุตสาหกรรมเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง เป็นต้น