นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ Train the Coach ปีที่ 3 ว่า ปีนี้ สสว. มีบริการใหม่ ‘เอสเอ็มอีโค้ชชิ่งออนไลน์’ มีศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจรของสสว. ที่กระจายให้บริการอยู่ทุกจังหวัดพร้อมสนับสนุนระบบงานบนออฟไลน์ควบคู่กันไปรองรับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งจากการนำร่องใช้ระบบตั้งแต่ต้นปี 2563 ที่ผ่านมา ระบบได้ให้คำปรึกษาแนะนำออนไลน์ให้เอสเอ็มอีไปแล้ว 504 สถานประกอบการทั่วประเทศ

โดยเฉพาะใน 5 ปัญหาหลักที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน คือ การพัฒนากลยุทธ์การตลาดออฟไลน์และออนไลน์ 39% คิดเป็น 197 ราย การพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ 14% คิดเป็น 70 ราย การแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน 12% คิดเป็น 59 ราย การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต 11% คิดเป็น 54 ราย การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ 9% คิดเป็น 46 ราย

ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคการผลิตและการขาย 77% คิดเป็น 390 ราย ภาคการบริการ 12% คิดเป็น 59 ราย ภาคการค้า 11% คิดเป็น 55 ราย จากปัจจุบันมีโค้ชที่เข้าสู่ระบบกว่า 3,502 ราย แบ่งเป็นโค้ชสายกลยุทธ์ธุรกิจ 2,676 ราย เป็นโค้ชสายเทคโนโลยี 826 ราย ช่วยแก้ปัญหาและวางกลยุทธ์ธุรกิจ

สำหรับภาพรวมการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปี 2562 ที่ผ่านมามีเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ 508 ราย สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 171.48 ล้านบาทแล้ว จากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 68% มียอดขายเพิ่มขึ้น 411 ราย, 11% ต้นทุนลดลง 67 ราย, 7% ประสิทธิภาพการผลิตและบริการดีขึ้น 45 ราย, 4% มีลูกค้าเพิ่มขึ้น 23 ราย, 3% มีกำไรเพิ่มขึ้น 19 ราย, 2% การจัดการมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 13 ราย, 2% ของเสียลดลง 9 ราย และ 3% ด้านอื่นๆ 15 ราย

อย่างไรก็ตาม สสว. ได้วางระบบคัดกรองโค้ชมืออาชีพด้านต่างๆ ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงได้ตรงจุดตั้งแต่ระดับคุณภาพที่วัดจากจำนวนดาวที่ได้รับการประเมินจากเอสเอ็มอี การคัดเลือกประเภทความเชี่ยวชาญของโค้ช กระบวนการสื่อสารส่งผ่านชุดคำถามคำตอบโดยเอสเอ็มอีสามารถส่งภาพถ่ายสินค้าหรือแจ้งปัญหาของเครื่องจักรหรือจะส่งภาพขั้นตอนการทำงานให้โค้ชโดยตรงได้เพื่อปรึกษาและหาแนวทางแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ระบบอาจนำส่งต่อปัญหานี้ไปยังหน่วยงานเฉพาะด้านที่สามารถให้คำตอบได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน