เบอร์ใหญ่ตบเท้า‘คลาวด์ คิทเช่น’ - สมรภูมิใหม่ธุรกิจอาหาร 3.5 หมื่นล้าน

13 ส.ค. 2563 - 17:17 น.

ธุรกิจอาหารปรับตัวเข้าสู่รูปแบบใหม่‘คลาวด์ คิทเช่น’ หรือครัวกลาง รองรับวิถีชีวิตใหม่‘นิว นอร์มัล’ เน้นดิลิเวอรี่มากขึ้น

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โควิด-19 เป็นไวรัสที่กำลังดิสรัปหลายสิ่งในยุคนี้ และเร่งทุกอย่างที่จะมาในอนาคตให้เกิดเร็วขึ้น เพราะล้วนมาจากการปรับตัวเพื่อ‘ไปต่อ’ และเปลี่ยนแปลงให้‘รอด’ ไปได้ ทั้งการใช้ชีวิต และการดำเนินธุรกิจ

หนึ่งในการปรับตัวที่ส่งสัญญาณชัดเจน คือ “ธุรกิจร้านอาหาร”

จากมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด และการประกาศใช้เคอร์ฟิว ส่งผลต่อธุรกิจร้านอาหารอย่างมากในช่วงปีนี้ที่ผ่านมา จนทำให้หลายๆ ร้านถึงทางตัน แต่มีอีกจำนวนมากที่ปรับตัวไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค และส่งผลให้ฟู้ดดิลิเวอรี่เติบโต

พร้อมทำให้เทรนด์ ‘คลาวด์ คิทเช่น’ (Cloud kitchen) เริ่มมาอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อหลายผู้ประกอบการในธุรกิจร้านอาหาร โดยเฉพาะ บริษัทใหญ่ อย่าง กลุ่มเซ็นทรัล บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี และกลุ่มไมเนอร์ บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มีร้านอาหารหลายแบรนด์กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้หันมาทำอย่างจริงจัง

อะไรคือ‘คลาวด์ คิทเช่น’อธิบายได้ง่ายๆ ว่าเป็นครัวที่ไม่มีพื้นที่หน้าร้าน ออกแบบมาให้มีเพียงครัวสำหรับทำอาหาร หรือเป็นการสร้างระบบครัวกลาง ที่ใครก็ไปเช่าพื้นที่ได้ เพื่อขายแบบดิลิเวอรี่เท่านั้น โดยให้ลูกค้าสามารถสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ

คลาวด์ คิทเช่น มีต้นทุนธุรกิจที่ต่ำ เพราะไม่ต้องลงทุนสร้างร้านอาหาร ผู้ประกอบการอาหาร สามารถสร้างเพียงห้องครัว ในพื้นที่ไม่ต้องใหญ่มาก ขณะเดียวกันใช้พนักงานน้อย ทำให้ค่าใช้จ่ายเรื่องพนักงานลดลง

พร้อมกันนี้สามารถขยายธุรกิจได้เร็วขึ้น เพราะร้านอาหารมีหน้าที่ประกอบอาหารอย่างเดียว ส่วนการจัดส่งเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการดิลิเวอรี ซึ่งมีตัวเลือกมากมายในตลาด และปัจจัยสำคัญ คลาวด์ คิทเช่น สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ทำเลที่ตั้งจะอยู่ในแหล่งชุมชน ใกล้บ้าน หรือออฟฟิศ

ดังนั้นจึงทำให้ คลาวด์ คิทเช่น เป็นธุรกิจที่ดึงดูดใจผู้ประกอบการร้านอาหาร และนักลงทุนให้เข้ามาเล่นในตลาดนี้

ผู้เล่นรายใหญ่ที่ประกาศชัดเจนกับการลุยอย่างจริงจัง บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี ได้เปิดตัว คลาวด์ คิทเช่น ในชื่อ “Every Foood” แห่งแรกที่ย่านนาคนิวาส และภายในปีนี้เตรียมเปิด 10 สาขา เน้นพื้นที่กรุงเทพฯ จากนั้นจะขยายไปเปิดในพื้นที่ต่างจังหวัดปีหน้า และตั้งเป้าเปิดให้ถึง 50 สาขา ภายในปี 2565

ด้วยซีอาร์จี เป็นผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารที่มีความชำนาญทั้งในเรื่องร้านแฟรนไชส์ และการสร้างแบรนด์ของตนเอง ทำให้ Every Foood จะเป็นคลาวด์ คิมเช่น ที่มีร้านอาหารครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ทั้งแบรนด์ในเครือซีอาร์จี และแบรนด์สตรีทฟู้ดชื่อดัง

เฟสแรกมี 9 ร้านอาหารดังยอดนิยมที่บริษัทคัดสรรมาจากหลากหลาย อาทิ ร้านขาหมูฮ่องเต้ เฮียซ้ง, หมูทอดบ้านแขก, ร้านมะ ยอดผักราชวัตร และร้านสุกี้ ข้าวต้มปลา รพ.ธนบุรี 1 หรือ สุกี้เลิศรส

พร้อมยังได้ร่วมกับรายการครัวคุณต๋อย ที่เป็นกูรูแนะนำร้านอาหารชื่อดังที่การันตีความอร่อยระดับตำนาน และมีร้านอร่อยในเครือกว่า 2,000 ร้าน มาสร้างความแตกต่าง ให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้มากกว่า 1 ร้านในออร์เดอร์เดียวกัน

ณัฐ วงศ์พานิช

“การเติบโตของธุรกิจฟู้ด ดิลิเวอรี่ เป็นส่วนสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารในอนาคต ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมความสะดวกสบาย และคลาวด์ คิทเช่น จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ให้เติบโตได้มากขึ้นและเร็วยิ่งขึ้น”

นายณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ของซีอาร์จี กล่าว และว่าจุดเด่นของคลาวด์ คิทเช่น คือ เป็นครัวกลางที่รวมหลากหลายร้านอาหารไว้ในที่เดียวกัน ใช้พื้นที่และเงินลงทุนน้อยทำให้สามารถกระจายสาขาได้ง่าย และด้วยสาขาที่อยู่ใกล้บ้าน ลูกค้าได้รับอาหารเร็วขึ้น คุณภาพอาหารจึงยังคงสดร้อนเหมือนทานที่ร้าน อีกทั้งยังสามารถสั่งอาหารได้หลายร้านในออเดอร์เดียว

ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ อย่าง บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มีร้านอาหารในเครือ 14 แบรนด์ ปรับร้านบางแบรนด์มาเป็นรูปแบบคลาวด์ คิตเช่น ควบคู่ไปกับการรับประทานที่ร้าน เพื่อลดการขยายสาขาลง

ส่วนกลุ่มไมเนอร์ เลือกร้านไก่บอนชอน เปิดแบบคลาวด์ คิทเช่น เพราะเปิดได้เร็ว และเข้าถึงพื้นที่ชุมนุม สามารถใกล้บ้านลูกค้า บริการได้รวดเร็ว ด้วยอาหารของบอนชอนยังคงสดใหม่ ไม่แตกต่างจากการนั่งทานที่ร้านมากนัก

และเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีเข้ามาอีกไม่น้อย เพราะดูจากภาพรวมตลาดเดลิเวอรี่ในไทยที่มีมูลค่า 35,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นมากเป็นระดับเท่าตัว ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา และวิเคราะห์กันว่าคลาวด์ คิทเช่น จะเติบโตอีก 10 เท่าภายใน 10 ปี

เพราะพฤติกรรมคนจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จากทำอาหารเองที่บ้าน มาเป็นออกไปการรับประทานที่ร้าน สู่การสั่งอาหารมาจากคลาวด์ คิทเช่น ซึ่งง่าย สะดวก และรวดเร็ว

เป็นสิ่งที่ผู้ที่อยู่ในธุรกิจ หรือกำลังวางแผนจะทำร้านอาหาร คงต้องเริ่มคิดให้ถี่ถ้วนว่าควรดิสรัปตัวเองไปเป็น คลาวด์ คิทเช่น เพื่อรองรับความต้องการในอนาคตดีหรือไม่

ปัทมา ทองสิน…เรื่อง


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เบอร์ใหญ่ตบเท้า‘คลาวด์ คิทเช่น’ - สมรภูมิใหม่ธุรกิจอาหาร 3.5 หมื่นล้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง