กันยาฯนี้ได้กินแล้ว! ‘ทุเรียน-มังคุด-เงาะ-ลองกอง’ภาคใต้ – แต่สภาพอากาศแปรปรวนผลผลิตลด 7.35 หมื่นตัน
ทุเรียน-มังคุด-ลองกองออกแล้ว – นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลผลิตไม้ผล 4 ชนิด (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ภาคใต้ 14 จังหวัด ปีนี้ให้ผลผลิตรวมประมาณ 727,824 ตัน ลดลง 9.18% จากปี 2562 ที่มีจำนวน 801,413 ตัน ผลผลิตกระจายออกสู่ตลาดหลายรุ่น และคาดว่าจะออกสู่ตลาดมากในเดือนก.ย. 2563 ซึ่ง สศก. ได้มีการติดตามสถานการณ์ไม้ผลมาโดยตลอด
ล่าสุดจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้จากล้งรับซื้อผลไม้ หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรกรในพื้นที่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และจ.นครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 9-15 ส.ค. พบว่า ทุเรียน มีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย และทยอยออกสู่ตลาดหลายรุ่น โดยจะออกสู่ตลาดมาก เดือนก.ย. จากปกติที่ออกมากในเดือนส.ค.ทุกปี เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ประกอบกับเกษตรกรที่มีศักยภาพบางราย ได้วางแผนให้ผลผลิตออกตามความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันสำคัญของจีน เช่น เทศกาลวันไหว้พระจันทร์ และวันชาติของจีน ซึ่งตรงกับช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. ที่มีวันหยุดยาว จะขายได้ราคาดี ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนเลื่อนการกระจุกตัวออกไป
มังคุด มีปริมาณน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศแล้งทำให้การติดดอกออกผลลดลง โดยออกสู่ตลาดไปแล้วประมาณ 30% และทยอยออกสู่ตลาดหลายรุ่นเช่นกัน ขณะนี้ผลผลิตรุ่นที่ 2 กำลังออกสู่ตลาดในเดือนส.ค. มีคุณภาพดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลมังคุดมีความสมบูรณ์สะสมอาหารได้เต็มที่ ประกอบกับเกษตรกรบำรุงรักษาอย่างดี ทำให้ผลผลิตประมาณ 70% มีขนาดใหญ่ ผิวสวย ส่วนผิวลาย ผลดำ และขนาดจิ๋วมีประมาณ 30% อย่างไรก็ตาม ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ผ่านมา มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้มังคุดเป็นเนื้อแก้ว ยางไหล และมีหนอนผีเสื้อเจาะผลผลิต คุณภาพไม่เป็นที่ต้องการของตลาด
เงาะโรงเรียน จ.สุราษฎร์ธานี ผลผลิตน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 60% โดยผลผลิต รุ่นที่ 2 ออกสู่ตลาดประมาณช่วงกลางเดือนส.ค. มีคุณภาพดีกว่ารุ่นแรก ผิวสวย และผลมีขนาดใหญ่ แต่ในช่วงที่ผ่านมามีฝนตกมากในพื้นที่ ทำให้ผลเงาะร่วงจากต้น และแตก ส่วนลองกอง ขณะนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากประมาณปลายเดือนก.ย.-ต.ค. 2563
ด้านการตลาด ปีนี้ราคาของผลไม้ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยทุเรียนเกรดส่งออก (เกรด AB) ราคากิโลกรัมละ 130-140 บาท ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน มังคุดผิวมันใหญ่ (เบอร์ 1-3) ราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท
ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ส่วนมังคุดผิวลาย (ลายมังกร) ราคากิโลกรัมละ 50-55 บาท เงาะโรงเรียนเกรดส่งออก ราคากิโลกรัมละ 37 บาท โดยตลาดสำคัญ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน และฮ่องกง ส่วนราคาที่ขายตลาดในประเทศ ราคากิโลกรัมละ 32-35 บาท
ปัจจุบันแนวโน้มการปลูกทุเรียนมีมากขึ้น จากการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปาล์มน้ำมัน ยางพารา เงาะ และลองกอง โดยการปลูกแซมในสวนเดิมรวมถึงขยายเนื้อที่ปลูกใหม่ ทำให้ภาคใต้เริ่มมีผลผลิตมังคุด เงาะ และลองกองลดลง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนส.ค. มีปริมาณผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดน้อย ส่งผลให้ล้งทุเรียนปิดรับซื้อมากกว่า 100 ราย โดยในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนส.ค. ได้รับอิทธิพลจากลมพายุซินลากู ทำให้ผลผลิตทุเรียนของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชุมพรที่จะเตรียมเก็บเกี่ยวในเดือนก.ย. 2563 ได้รับความเสียหายเบื้องต้นกว่า 300 ไร่