ก.พลังงาน ผนึก อว. ระดมนักวิชาการผุดแผนวิจัยและพัฒนาพลังงาน เตรียมความพร้อมหลังโควิดจบ “กุลิศ” เผยเร่งคลอดหลักเกณฑ์อนุมัติกองทุนอนุรักษ์ฯ ปี’64 ชูจ้างงาน-สร้างรายได้ชุมชน
ก.พลังงานผุดแผนวิจัย – นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการกำหนดกรอบทิศทางและการบริหารจัดการงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงาน ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตรรม (อว.) ว่า การลงนามดังกล่าวเพื่อร่วมกำหนดกรอบนโยบายและทิศทางงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีพลังงานที่ชัดเจนสอดคล้องกับกรอบนโยบายพลังงานของชาติ ซึ่งยึดจากแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว 20 ปี รวม 5 แผน ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) แผนอนุรักษ์พลังงาน (อีอีพี) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (เออีดีพี) แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ
“กลไกการดำเนินงานร่วมกันนี้จะถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมประเทศไทยให้มีแนวการดำเนินงานหลังจากที่วิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย เพราะในปัจจุบันจะต้องอาศัยการวิจัยและพัฒนาเข้ามาร่วมด้วย โดยเน้นสนับสนุนการใช้สิ่งของเหลือใช้ทางภาคการเกษตรมาแปรรูปและสร้างประโยชน์ใหม่ รวมถึงการเน้นเรื่องพลังงานทดแทน และพัฒนาเกี่ยวกับสมาร์ทซิตี้เพื่อสร้างความมีเสถียรภาพในการใช้พลังงานของพื้นที่ต่างๆ โดยจะอาศัยงบประมาณของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน”นายสุพัฒน์พงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จะมีการระดมความคิดจากนักวิชาการทั้ง 2 กระทรวงเพื่อกำหนดกรอบและโจทย์ในการวิจัยและพัฒนา ซึ่งจะมีการกำหนดในเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการก่อน โดยครอบคลุมการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น สมาร์ทกริด และแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงาน (เอนเนอร์ยี่ สตรอเรจ) รวมถึงการพัฒนาไบโอแมส และเชื้อเพลิงชีวภาพที่มาจากภาคการเกษตร เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานเปิดงาน “ตลาดนัดพลังงานร่วมใจ” ว่า ขณะนี้กำลังจัดทำหลักเกณฑ์ใช้งบกองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานปี 2564 ซึ่งคาดว่าหลักเกณฑ์จะเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้ โดยจะเน้นการจ้างงาน และสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยใช้งบ ประมาณ 10,000 ล้านบาท และเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)เพื่ออนุมัติเดือนต.ค. และจะเริ่มโครงการได้ทั้งหมดในเดือนม.ค.2564 โดยจะเป็นไปตามนโยบายของรัฐที่เน้นการจ้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงใช้เพื่อการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่
ที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติโครงการที่ขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปีงบประมาณ 2563 จำนวน 1,035 โครงการ วงเงินที่ให้การสนับสนุน 2,066 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 5,600 ล้านบาท โดยมีโครงการที่ยื่นของบมามีทั้งสิ้น 5,155 โครงการและไม่ผ่านกรอบการพิจารณาจำนวนมาก ซึ่งจะเร่งทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ เพื่อแจ้งชุมชนให้เข้าใจกรอบหลักเกณฑ์การใช้งบกองทุนฯ
นายกุลิศ กล่าวว่า ส่วนกรณี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) ต้องเข้าสำรวจพื้นที่แหล่งปิโตรเลียม เอราวัณ เนื่องจากเป็นผู้ชนะการประมูลนั้น ขณะนี้ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) กำลังประสาน บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ในการส่งมอบพื้นที่ให้เป็นไปตามแผนในปีนี้ ซึ่งปตท.สผ.จะต้องเข้าพื้นที่ในการเตรียมแผนงานการผลิตเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และหากการส่งมอบล่าช้า ทางกระทรวงได้เตรียมแผนเพื่อจัดการก๊าซธรรมชาติไว้แล้ว ให้ประเทศไทยมีความมั่นคงและไม่กระทบต่อการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการผลิตของภาคอุตสาหกรรม และอื่นๆ อย่างแน่นอน