รฟม. มั่นใจชนะคดี บีทีเอส ฟ้องศาลเปลี่ยนทีโออาร์ประมูลรถไฟฟ้าสีส้มไม่เป็นธรรม พร้อมยัน ยันไม่มีปัญหาค่าโง่ เหตุบีทีเอสยังไม่ใช่ผู้เสียหาย ฮึ่มฟ้องแพ่งกลับ

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย( รฟม. ) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล ให้ตรวจสอบ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)กรณีทำการเปลี่ยนแปลงทีโออาร์ ในโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรีวง เงินลงทุน 1.4 แสนล้านบาท โดยการปรับเกณฑ์ประเมินใหม่ให้มีการพิจราณาข้อเสนอด้านเทคนิกควบคู่กับด้านราคาในสัดส่วน 30:70 คะแนน

โดยระบุว่าอาจส่อไปในทางทุจริต และอาจทำให้รัฐต้องเสียค่าโง่หาก รฟม.แพ้คดีกรณีบมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส)หนึ่งในผู้เข้าร่วมประมูลได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองว่าขอยืนยันว่าคดีนี้ จะไม่มีค่าโง่เกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากในท้ายคำฟ้องของบีทีเอสระบุให้เพิกถอนมติ คณะกรรมการมาตร 36 แห่งพ.ร.บ. ร่วมลงทุนปี 2562ที่ปรับเกณฑ์การประเมินทีโออาร์ และคำร้องขอให้ศาลปกครองระงับการดำเนินการคัดเลือกเอกชน ที่บีทีเอสยื่นต่อศาลนั้นไม่ได้มีการเรียกร้องหรือระบุถึงการเรียกร้องค่าเสียหายจาก รฟม. แต่อย่างใด

รวมทั้งขณะนี้ก็ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบีทีเอส เนื่องจาก รฟม. ยังไม่ได้เปิดให้เเอกชนยื่นข้อเสนอการประมูลแข่งขันกัน ดังนั้นบีทีเอสจึงยังไม่ใช่ผู้เสียหาย

“เชื่อว่าคดีนี้จะไม่ยืดเยื้อ และมั่นใจว่า รฟม. จะชนะคีดแน่นอน เพราะผู้ฟ้องร้อง หรือบีทีเอส ไม่ใช้ผู้เสียหาย และยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว ขณะประเด็นที่ศาลจะรับพิจารณาก็คือเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้น”นายภคพงศ์กล่าว

นายภคพงศ์กล่าวว่า ยอมรับว่า รฟม.ได้รับความเสียหาย และผลกระทบด้านภาพลักษณ์องค์กรจากกรณีที่บีทีเอสยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ทำให้ รฟม. ต้องเร่งแก้ต่าง ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐรฟม.จะไม่เน้นค้าความกับเอกชน แต่ก็ต้องรอดูผลการพิจารณาของศาลฯก่อนว่า รฟม. มีความจำเป็นต้องดำเนินคดีทางแพ่งกับ บีทีเอส หรือไม่อย่างไร

ส่วนกรณีที่ระบุว่าการปรับเปลี่ยนทีโออาร์เข้าข่ายทุจริตและขัดกับมติคณะรัฐมนตรีนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากการของ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้มีการพิจารณาและคำนึงถึง มติคณะรัฐมนตรี ประกอบการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 กฎหมายลำดับรอง และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว

นายภคพงศ์กล่าวว่า วันที่ 14 ต.ค. นี้ศาลปกครองนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองฉุกเฉินของบีทีเอส ซึ่ง รฟม. ได้เตรียมที่ยื่นคำร้องคัดค้านในทุกประเด็นของบีทีเอส โดยจะขอสงวนสิทธิ์ในทีโออาร์ เชื่อว่าจะชนะคดีได้ อย่างไรก็ตามหาก รฟม.หรือ บีทีเอส แพ้คดีต่างฝ่ายต่างก็มีสิทธ์ที่จะยื่นอุทธรณ์คดีได้อีก
ส่วนขั้นตอนการประมูลขณะนี้นั้นยังเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากศาลปกครองยังไม่มีคำตัดสินออกมา โดย รฟม.จะเปิดให้เอกชนยื่นซองประมูล ในวันที่ 9พ.ย. จากนั้นกรรมการคัดเลือกฯ จะกำหนดหลักเกณฑ์ พิจารณาด้านเทคนิกและราคา ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์

จากนั้นจึงจะเปิดซองคุณสมบัติ เพื่อพิจารณาหากรายใดผ่านคุณสมบัติ จะทำการเปิดซองเทคนิคและราคาพร้อมกันต่อไป จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 เดือน คาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลได้ช่วงต้นปี 64

สำหรับโครงการดังการดังกล่าว รฟม.ได้ตั้งสมมติฐานอัตราผลตอบแทน หรือ NPVไว้ที่ 1พันล้านบาท ตลอดอายุสัญญาสัมปทาน 30 ปี ทั้งนี้รฟม.กำหนดจะจ่ายเงินอุดหนุนงานโยธาให้เอกชนที่ได้ัรับการคัดเลือกได้ไม่เกิน 9.6 หมื่นล้านบาท โดยเริ่มจ่ายหลังจากการก่อสร้าง 2 ปี ซึ่งจะจ่ายต่อเนื่องรวมทั้งหมด 7 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน