ศบค.ไฟเขียวสมาชิกอีลิทการ์ดเข้าไทย 500 คน หลังทยอยมาแล้ว 52 คน – ปลื้มรัฐบาลคุมโควิดได้ทำต่างชาติทั้ง ยุโรป-เยอรมัน-จีน-อินเดีย ยื่นขอเป็นสมาชิกเดือนละ 900 ราย
ไฟเขียวอีลิทเข้าไทย500คน – นายสมชัย สูงสว่าง ผู้จัดการใหญ่บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ค จำกัด หรือ อีลิทการ์ด เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. พิจารณาอนุญาตให้สมาชิกอีลิทการ์ดเดินทางเข้าไทยได้จำนวนมากกว่า 500 คน เดินทางเข้าไทย แต่รอเพียงหนังสือรับรองสถานภาพพำนัก (COE) จากกระทรวงต่างประเทศ หลังจากยื่นขอพิจารณาและเดินทางเข้าไทยแล้วจำนวน 52 คน
ทั้งนี้ สมาชิกอีลิทการ์ดที่เข้ามาส่วนมากมาจาก ยุโรป เยอรมัน และจีน ซึ่งเชื่อว่าไม่นานจะทยอยเข้ามาจนครบ เพราะกลุ่มสมาชิกอีลิทการ์ดส่วนใหญ่เป็นคนมีเงิน เข้ามาก็ผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองเชื้อโรคจากต้นทาง และเมื่อถึงไทยก็ตรวจซ้ำ และเข้ากักตัวตามที่ ศบค. กำหนดคือ 14 วัน และเมื่อพ้นระยะเวลาพักตัวก็เข้ามาช่วยใช้จ่ายในเมืองไทยมากขึ้น
ส่วนผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2563 อีลิทการ์ด มีรายได้รวม 1,637 ล้านบาท จากยอดขายสมาชิกเพิ่มขึ้น 26.7% ส่งผลให้สมาชิกรวมมีจำนวน 11,132 ราย หากแยกเป็นกำไรสุทธิที่สามารถลงบัญชีปี 2563 น่าจะเกิน 200 ล้านบาท ส่งผลให้ปี 2565 อีลิทการ์ดจะกำไรสะสม ที่สามารถล้างขาดทุนสะสมที่เหลืออยู่ประมาณ 555 ล้านบาท เมื่อปี 2562 ได้
ยังมีเศรษฐีจากหลายประเทศ สนใจเข้ามาเป็นสมาชิก อีลิทการ์ด อาทิ เศรษฐีจากอินเดีย หลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 และในอินเดียมีการระบาดหนัก เกิดความมั่นใจ และสบายใจที่จะอยู่เมืองไทย จึงประสานเข้ามา เพื่อซื้อสมัครเป็นสมาชิกอีลิทการ์ดทั้งครอบครัว และเศรษฐีลาว บอกวัตถุประสงค์ การสมัคร คือต้องการอยู่เมืองไทย เพราะสนใจผู้หญิงไทย
นอกจากนี้ อีลิทการ์ด มองเห็นโอกาสในวิกฤตที่โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย จำนวนมากมีนักเรียนไทยเรียนน้อยลง จึงต้องหาลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะ ลูกค้าจีน ที่นิยมส่งลูกหลานมาเรียนในเมืองไทย แต่ติดปัญหาเงื่อนไขวีซ่าเพื่อการศึกษาจะให้มีผู้ติดตามได้เพียง 1 คนเท่านั้น จึงถือโอกาสช่องให้โรงเรียนนานาชาติเสนอให้ พ่อ แม่ ผู้ปกครองสมัครเป็นสมาชิกอีลิทการ์ด เพื่อจะได้เข้ามาอยู่เมืองไทยเป็นครอบครัว
“เชื่อว่าอีก 2 ปีจากนี้ คือปี 2564 และ 2565 อีลิทการ์ดจะมีกำไรอย่างน้อยปีละ 200 ล้านบาท หลังโควิด-19 ระบาด แต่รัฐบาลไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้จนทำให้ทั่วโลกยอมรับ มีต่างชาติ ติดต่อและขอสมัครสมาชิกประมาณเดือนละ 900 คน อย่างต่อเนื่องโดยประเทศที่ให้ความสนใจมียอดขายบัตรสุงสุดดังนี้ จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ สหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส”
นายสมชัย กล่าวว่า ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) อีลิทการ์ด จะนำเรื่องการชวนนักลงทุนเข้าลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ยังขายไม่ได้ เพื่อช่วยภาคเอกชนระบายสต๊อกคอนโดมิเนียม จำนวนมาก ตั้งเป้ายอดเงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท