ความเชื่อมั่นค้าปลีกม.ค.ดิ่งหนัก กระทบทุกพื้นที่-ทุกประเภท ยอดขายลดสุด 30% กำลังซื้อหดกว่า 25% หวังรัฐเร่งคลอดมาตรการเยียวยา

ความเชื่อมั่นค้าปลีกดิ่ง – นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลผลของการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบค้าปลีก (Retailer Sentiment Index: RSI) เดือนม.ค. 2564 โดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทยร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีการสำรวจเป็นรายเดือน ซึ่งรอบการสำรวจข้อมูลระหว่างวันที่ 19-26 ม.ค. 2564 พบว่า ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกลดลงทันทีอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2563 และเป็นการปรับลดลง จากจากความอ่อนไหวจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ แม้ภาครัฐจะใช้มาตรการเข้มข้นเพียง 28 จังหวัด แต่ดัชนีความเชื่อมั่นก็ยังคงปรับตัวลดลงใกล้เคียงกับดัชนีความเชื่อมั่นเมื่อเดือนเม.ย. 2563 จากครั้งที่เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกแรก ที่ภาครัฐมีมาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการต่อยอดขายเดิมรายภูมิภาค ปรับลดลงจากเดือนธ.ค. 2563 ในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะภาคกลางได้รับผลกระทบจากที่ตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีอาณาเขตต่อเนื่องจากจ.สมุทรสาคร ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มการบริโภคที่ขยายตัวได้ปานกลาง เนื่องจากประชากรส่วนหนึ่งเคลื่อนย้ายจากอุตสาหกรรมสู่ภูมิลำเนา บวกกับแรงหนุนจากมาตรการของภาครัฐในการสนับสนุนสภาพคล่องและการใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยประคับประคองการบริโภคดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ

และหากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ จำแนกตามประเภทร้านค้าปลีกเปรียบเทียบระหว่างเดือนม.ค. และเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทุกประเภทของร้านค้าปลีกลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งได้รับผลกระทบของมาตรการภาครัฐที่ประกาศปิดถึงเวลา 21.00 น. โดยเฉพาะร้านค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้าในเดือนม.ค. ที่ลดลงอย่างทันที ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลางระดับที่ 50 หรือลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งอย่างชัดเจนและร้านค้าปลีก ประเภท ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต และ ร้านสะดวกซื้อ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนม.ค. ลดลงมากและรวดเร็ว ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลางที่ 50 อย่างมาก

ส่วนประเภทร้านอาหาร ภัตตาคาร และเครื่องดื่ม มีความเชื่อมั่นที่ลดลงอย่างมีนัยยะชัดเจน มากกว่าร้านค้าประเภทอื่นๆ และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลางที่ 50 ค่อนข้างมาก และเมื่อเทียบกับความเชื่อมั่นในเดือนธ.ค. 2563 ก็ยังลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งอาจเป็นเพราะร้านอาหารมักเป็นธุรกิจที่อ่อนไหวต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มากที่สุด อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ มองว่า ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะดีขึ้น เช่นเดียวกับดัชนีความเชื่อมั่นน่าจะมีทิศทางเดียวกับดัชนีเดือนพ.ค.และเดือนมิ.ย. 2563 รวมทั้งหวังว่าภาครัฐน่าจะมีมาตรการเยียวยาและกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง

“อยากเสนอรัฐบาลเร่งเครื่องปล่อยมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ กระตุ้นการจับจ่ายภายในประเทศอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้น จากการประเมินผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อ พบว่าผู้ประกอบการได้รับผลกระทบด้านยอดขาย ที่ลดลง 10-30% และสภาพคล่องที่เหลืออยู่จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อีกไม่เกิน 6 เดือน หากไม่มีมาตรการเยียวยาและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงเป้า ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงมากว่า 25% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.ปี 2563 ดังนั้นผู้ประกอบการกว่า 90% อยากให้ภาครัฐเปิดโอกาสให้เข้าร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน อาทิ โครงการคนละครึ่ง พร้อมเสนอแนะให้ภาครัฐช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่องอย่างเร่งด่วน ด้วยมาตรการภาษีลดภาระค่าใช้จ่าย และสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) โดยเร็ว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน