ผอ.‘อคส. เผยตั้ง 3 ชุด คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงชี้มูลความผิด ทุจริตโครงการจัดซื้อถุงมือยาง 1.12 แสนล้าน ชี้มีเจ้าหน้าที่ อคส.เกี่ยวข้อง 3 ราย ยันเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกราย เรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยคืนทั้งหมด

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

วันที่ 22 ก.พ.2564 นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยความคืบหน้าการเอาผิดผู้ที่ทุจริตโครงการจัดซื้อถุงมือยางมูลค่า 1.12 แสนล้านบาท ว่า หลังจากอคส.ส่งข้อมูลให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน พบเจ้าหน้าที่อคส.เกี่ยวข้อง 3 รายนั้น ขั้นตอนหลังจากนี้คือการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีก 3 คณะ ประกอบด้วยคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมี พ.ต.อ.สุรพงษ์ เปล่งขำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้าเป็นประธาน สืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาความผิดที่เกิดขึ้น

“หากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงชี้มูลความผิด ซึ่งช้าสุดน่าจะแล้วเสร็จต้นเดือนมี.ค. หลังจากนั้นจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมการอีก 2 ชุดคือ คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เพื่อชี้โทษผู้กระทำผิด เช่น พักงาน หรือ ไล่ออก และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรับผิดของเจ้าหน้า หรือ คณะกรรมการสอบละเมิด ซึ่งคณะกรรมการ 2 ชุดหลังนี้ มีหน้าที่พิจารณาค่าเสียหายจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง

โดยจะมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกเป็นประธานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ยืนยันว่าจะเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกรายและเรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยคืน ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านอภิปรายเชื่อมโยงถึงประธานบอร์ด อคส.มีส่วนรู้เห็นกับการจัดซื้อถุงมือยางนั้น หนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุว่า เจ้าหน้าที่อคส.ที่เกี่ยวข้องให้การซัดทอดว่ามีส่วนรู้เห็นและมีหลักฐาน ทั้งหมดนี้ได้ส่งข้อมูลให้ป.ป.ช.ไปหมดแล้วขึ้นอยู่กับการตรวจสอบของป.ป.ช.”

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตั้งแต่วันอภิปรายไม่ไว้วางใจ 16 ก.พ.จนถึงวันนี้ ประธานบอร์ดอคส. ยังไม่ได้เข้ามาที่กระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใด ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวพยามติดต่อสัมภาษณ์แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนกรณีที่ อดีตรักษาการ ผอ.อคส. ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาซื้อถุงมือยางกับบริษัท และนำเงินของ อคส. 2,000 ล้านบาท จ่ายให้กับบริษัทคู่สัญญาไปก่อนหน้านี้ จะทำหนังสือเสนอแนวทางบรรเทาผลกระทบมาให้ โดยให้อคส.บอกเลิกสัญญากับบริษัทที่เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นเนื่องจากสัญญาเป็นโมฆะอยู่แล้วเพราะสัญญาไม่สมบูรณ์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน