นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการ บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ เอ็มไอ (MI) กล่าวว่า จากการระบาดรอบล่าสุดนี้ซึ่งเป็นระลอกที่ 3 ทำให้ธุรกิจและสภาวะโดยรวมของไทยกลับซบเซาดิ่งลงอีก ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายในเร็ววันนี้ โดยจากสถานการณ์ล่าสุด ทางเอ็มไอจึงปรับคาดการณ์เม็ดเงินสื่อโฆษณาในปีนี้ใหม่บนสถานการณ์ไม่ปกติ โดยได้ประเมินความเป็นไปได้หลังจากนี้เอาไว้ 2 สถานการณ์

สถานการณ์ที่ 1. หากการระบาดระลอก 3 นี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ทรงๆ อยู่ที่วันละ 1,000 คน และมีแนวโน้มที่จะค่อยๆ ลดลง จนถึงตัวเลขที่น่าพอใจ คือ ต่ำกว่า 100 คนภายในสิ้นเดือนพ.ค.นี้ ประกอบกับจำนวนวัคซีนที่จะมีการกระจายมากขึ้นตลอดทั้งปี เม็ดเงินสื่อโฆษณาในปีนี้น่าจะยังพอเติบโตได้บ้าง คือประมาณ 4% หรือเม็ดเงินรวมอยู่ที่ประมาณ 78,000 ล้านบาท

และ 2. หากการระบาดระลอกที่ 3 นี้ มีตัวเลขที่สูงขึ้น โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันทำนิวไฮอย่างต่อเนื่องและยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในเร็ววัน หรือลดลงจนถึงตัวเลขที่น่าพอใจภายในครึ่งปีแรกของปีนี้ คาดว่าเม็ดเงินสื่อโฆษณาในปีนี้น่าจะไม่เติบโต หรือใกล้เคียงกับปีที่แล้วคือประมาณ 75,000 ล้านบาท

จากก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมี.ค.ปีนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มทุเลาลง และน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ทางเอ็มไอได้เคยประเมินไว้ว่าอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาของไทยน่าจะอยู่ในช่วงฟื้นตัวและขาขึ้นในปีนี้ได้คาดการณ์ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาปีนี้เติบโต 5-10% โดยประเมินไว้ 8% เม็ดเงินโฆษณาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 79,600 ล้านบาท

“โควิด-19 ระลอกใหม่นี้รุนแรงที่สุด และถ้ากระทบเม็ดเงินโฆษณาจนไม่เติบโตอีกปี ถือว่าเลวร้ายของอุตฯ เพราะปีที่แล้วก็ไม่เติบโต และปีนี้ทุกสื่อได้รับผลกระทบ จากการที่สินค้าชะลอและหยุดใช้เงินโฆษณา โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับการออกไปใช้ชีวิตปกตินอกบ้าน กินดื่มปาร์ตี้ อย่าง รถยนต์ และเครื่องดื่มต่างๆ จะเห็นได้ชัดเจน เมื่อเทียบกับโควิดรอบก่อนหน้าสื่อทีวีได้อานิสงส์ที่ดีจากคนดูทีวีเพิ่มขึ้น แต่ครั้งนี้สื่อทีวี และสื่อนอกบ้านได้รับผลกระทบเยอะที่สุด เพราะสินค้าหยุดใช้เงิน ในขณะที่สื่อที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด คือ สื่อออนไลน์”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน