พาณิชย์เบรกขึ้นราคาปุ๋ย ขู่กักตุน-ขายแพงเกิน เจอโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี เผยสาเหตุการปรับราคาจากแม่ปุ๋ยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

พาณิชย์เบรกขึ้นราคาปุ๋ย – นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ตรวจสอบปัจจัยการผลิตก่อนที่เกษตรกรจะเริ่มฤดูการผลิต และพบว่าราคาปุ๋ยในตลาดมีการปรับราคาสูงขึ้นจากในช่วงเดือนม.ค. 2564 โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก จึงตรวจสอบถึงสาเหตุของการปรับราคาขึ้น พบว่า สาเหตุสำคัญมาจากกรณีวัตถุดิบแม่ปุ๋ยยูเรีย แม่ปุ๋ยฟอสเฟต และแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม ที่ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีการปรับสูงขึ้น เนื่องจากประเทศอินเดียได้มีการเปิดประมูลซื้อแม่ปุ๋ยล็อตใหญ่ และประเทศจีนซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าหลักของประเทศไทยได้ชะลอการส่งออกแม่ปุ๋ยเพื่อเตรียมสำหรับการเพาะปลูกในรอบใหม่ ประกอบกับ ค่าระวางเรือขนส่งมีการปรับสูงขึ้น

นอกจากนี้ ปัจจัยที่สำคัญหนึ่ง ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นจากเดิม ในปี 2563 ที่ 42.21 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เป็น 64.55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาวัตถุดิบแม่ปุ๋ยยูเรีย แม่ปุ๋ยฟอสเฟต และแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม ปรับราคาสูงขึ้นจากเดิมในปี 2563 ที่ 262.17, 321.00 และ 255.67 เหรียญสหรัฐ/ตัน ปรับขึ้นเป็นราคาในเดือนมี.ค. 2564 ที่ 384, 557 และ 288 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ตามลำดับ

ในเรื่องนี้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดตรวจเข้มในพื้นที่ และกรมการค้าภายในหามาตรการแก้ไขโดยด่วนที่สุด ซึ่งกรมประชุมร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และ ธ.ก.ส. และมีแนวทางดำเนินการ ดังนี้ 1. ขอความร่วมมือให้ผู้จำหน่ายปุ๋ยตรึงราคาออกไประยะหนึ่ง 2. เข้มงวดการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายและตรวจสอบสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด 3. สนับสนุนให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยเงินสดแทนการซื้อเชื่อที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้ราคาปุ๋ยถูกกว่าราคาที่จะซื้อเงินเชื่อ 4. จัดหาปุ๋ยราคาถูกให้เกษตรกรรายย่อย โดยให้กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ หรือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพผลิตปุ๋ยผสมในรูปปุ๋ยอินทรีย์ผสมกับปุ๋ยเคมี โดยรัฐให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ค่าบริหารจัดการ ค่าขนส่ง ค่าบรรจุ เป็นต้น

ซึ่งจะหารือในรายละเอียดและความพร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปนำเสนอกระทรวงพาณิชย์เพื่อพิจารณานำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ หากมาตรการดังกล่าวไม่สามารถตรึงราคาได้ ก็จะเพิ่มความเข้มข้นมาตรการกฎหมาย โดยทบทวนโครงสร้างต้นทุน และให้ผู้ประกอบการแจ้งราคาจำหน่าย เพื่อนำไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของกรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปรับตัวของราคาปุ๋ยจะลดความรุนแรงลง เนื่องจากปัจจุบันประเทศอินเดีย มีการรับมอบปุ๋ยจากการประมูลเรียบร้อยแล้ว และประเทศจีนมีการสต็อกไว้เพียงพอแล้ว จึงขอให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยเท่าที่จำเป็นก่อน ซึ่งกรมการค้าภายในจะติดตามราคาจำหน่ายอย่างใกล้ชิด ให้สอดคล้องกับต้นทุนการนำเข้า แม่ปุ๋ย

ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท สามารถแจ้งหรือร้องเรียนสายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน