เปิดแนวคิด-มุมมอง'เอกชน' มาตรการเยียวยาโควิดรอบ3 : รายงานพิเศษ

9 พ.ค. 2564 - 00:01 น.

เปิดแนวคิด-มุมมอง’เอกชน’ มาตรการเยียวยาโควิดรอบ3 : รายงานพิเศษ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เปิดแนวคิด-มุมมอง’เอกชน’ – ชงกันไปเรียบร้อยรอเพียง ครม.อนุมัติอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤษภาคม สำหรับมาตรการเยียวยาโควิดรอบ 3

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรวมวงเงินกว่า 2.35 แสนล้านบาท

หลักๆ สานต่อโครงการเดิมที่เคยออกมาแล้ว อาทิ โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มวงเงินให้ผู้มีสิทธิ์คนละไม่เกิน 3,000 บาท เงื่อนไขเหมือนเดิมใช้จ่ายวันละไม่เกิน 150 บาท

โครงการเราชนะเพิ่มวงเงินให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ์อีกคนละ 2,000 บาท จ่ายให้สัปดาห์ละ 1,000 บาท ใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

โครงการ ม.33 เรารักกัน เพิ่มวงเงินให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 อีกคนละ 2,000 บาท โดยจะจ่ายให้สัปดาห์ละ 1,000 บาทใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 สนับสนุนค่าครองชีพเดือนละ 200 บาท 6 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564

สนับสนุน e-Voucher ให้กับประชาชนที่ใช้จ่าย ซื้อสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม และค่าบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาท

โครงการมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้น พื้นฐานลดค่าไฟฟ้า-น้ำประปา ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ฯลฯ

โครงการมาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 ช่วยเหลือผู้มีรายได้ประจำ เช่น พนักงาน/ลูกจ้าง หน่วยงานเอกชน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกรรายย่อยหรือลูกจ้างภาคการเกษตร ผ่านธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และมาตรการพักหนี้ ฯลฯ

แผนที่ออกมาจะเพียงพอหรือไม่ และมีอะไรควรจะเร่งทำอีก ไปดูความเห็นของภาคเอกชน ที่ถือว่าได้รับผลกระทบที่สุดจากปัญหาโควิด ที่ระบาดมานานข้ามปี

โดยเฉพาะในรอบล่าสุดที่ผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่า 2 รอบแรกรวมกันด้วยซ้ำ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวรู้สึกพอใจกับมาตรการเยียวยาผล กระทบเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้ เพราะมองว่ารัฐบาลตัดสินใจออกมาตรการได้เร็ว

เปิดแนวคิด-มุมมอง'เอกชน'

สุพันธุ์ มงคลสุธี

แต่ยังมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ระยะสั้น เนื่องจากประเมินว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอกนี้จะยืดเยื้อยาวนานกว่ามาตรการเยียวยาที่รัฐบาลออกมามีผลบังคับใช้เพียงแค่ 2 เดือน

คิดว่ามาตรการเยียวยาที่ออกมาครั้งนี้สามารถช่วยเพิ่มกำลังซื้อในการจับจ่ายใช้สอยให้กับประชาชนได้ชัดเจน ส่งผลต่อการกระตุ้น เศรษฐกิจได้ แต่แค่เพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า โควิดระลอกนี้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจหนักมาก

ประเมินว่าอย่างเร็วสถานการณ์จะคลี่คลายช่วงปลายปีหรือไตรมาส 4 ของปีนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการการนำเข้า และกระจายการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้รวดเร็วทั่วถึงและครบโดส 70-80% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศโดยเร็วที่สุด

หัวใจสำคัญคือการเร่งฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงและครบโดสให้เร็วที่สุด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา ประชาชนก็จะกล้าออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ภาคเอกชนโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและบริการกลับมาดำเนินกิจการต่อไปได้ เป็นการแก้ปัญหาระยะยาวมากกว่า

ภาคเอกชนไม่ใช่คนช่างขอ ไม่อยากขอ ไม่ได้ต้องการความ ช่วยเหลือจากรัฐบาลไปหมดทุกเรื่อง แต่อยากให้รัฐบาลหยุดการระบาดของโควิดให้ได้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นผู้คนกลับมาใช้ชีวิตปกติ ธุรกิจก็กลับมาประกอบกิจการได้ตามเดิม

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนจะติดตามผลของมาตรการต่างๆ เพื่อประเมินภาพรวมต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจในระยะต่อไปอีกครั้ง


ด้าน นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนให้เอสเอ็มอีต้นแบบแซนด์บ็อกซ์ และผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่มียอดวงเงินกู้ต่ำกว่าและหรือสูงกว่า 5 ล้านบาทกว่า 10,000 รายทั่วประเทศ ในเครือข่ายของหอการค้าไทยเข้าถึงสินเชื่อซอฟต์โลนได้มากขึ้น โดยกำหนดภายในเดือน ธันวาคม 2564 เพื่อเสริมสภาพคล่องและเป็นแต้มต่อในการทำธุรกิจต่อไป

เปิดแนวคิด-มุมมอง'เอกชน'

ญนน์ โภคทรัพย์

รวมทั้งอยากให้ภาครัฐเดินหน้าในการร่วมกับหอการค้าในการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้การจ้างงานกลับคืนมา

โดยหอการค้าศึกษาข้อมูลรายละเอียดเพื่อจัดทำแผนงานของโครงการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการ ฮักไทย สนับสนุนให้คนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติอุดหนุนการกิน เที่ยว ใช้ของไทย พร้อมส่งเสริมให้ส่วนงานราชการและบริษัทต่างๆ จัดงานสัมมนาและประชุมในประเทศ

กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่าแสนล้านบาท และมีอัตราการจ้างงานกลับคืนมา 25-30% ของการจ้างงานภาคการค้าปลีกและบริการ เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างเร็ว และยั่งยืน

ส่วน นายสุรงค์ บูลกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทยกล่าวว่า ภาคเอกชนพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายของภาครัฐที่เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ และอยากให้ภาครัฐใช้ภาคบริการเป็นกลไกที่จะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว

เปิดแนวคิด-มุมมอง'เอกชน'

สุรงค์ บูลกุล

หลังจากนั้นภาคการผลิตจะฟื้นตัวตามมาทีหลัง และต้องการให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาคือการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุมประชากรมากขึ้น

เปิดเสรีให้เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนเพื่อเป็นทางเลือกในการ กระจายวัคซีน ออกมาตรการสนับสนุนธุรกิจร้านอาหารรายย่อย และธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ลดลง

ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายในประเทศ และข้อเสนอแนะด้านนโยบายหรือมาตรการที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจโมเดิร์นเทรดคือ การสนับสนุนให้ธุรกิจค้าปลีกมีส่วนร่วมในโครงการของรัฐบาล และออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งจะส่งผลให้ภาครัฐมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้นด้วย

นายฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า สิ่งที่สมาชิกของสมาคมต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ก็คือ

เปิดแนวคิด-มุมมอง'เอกชน'

ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์

1.สนับสนุนค่าจ้างพนักงาน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยมาตรการภาษี เพื่อไม่ให้มีการลดพนักงานหรือเลิกจ้าง

2.สนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) อย่างจริงจังและรวดเร็ว เพราะด้วยสภาพคล่องที่เหลือดำเนินธุรกิจได้เพียง 3-6 เดือน

3.ประกาศการจ้างงานแบบรายชั่วโมง

และ 4.เร่งรัดการฉีดวัคซีนให้รวดเร็ว ครอบคลุม และทั่วถึง

ปิดท้ายที่ นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า รัฐจะต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องวัคซีน เพราะวัคซีนคือคำตอบสุดท้ายที่จะช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจให้กลับมาฟื้นตัวได้อีก โดยไม่เกิดการระบาดในระลอกที่ 4-5 ตามมา

เปิดแนวคิด-มุมมอง'เอกชน'

สมชัย เลิศสุทธิวงค์

นอกจากนี้ก็ต้องเตรียมมาตรการเยียวยาให้กับประชาชน อย่าเยียวยาระยะสั้นอย่างเดียว และช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะขนาดเล็ก ต้องหาทางฟื้นฟูกิจการขนาดเล็กให้กลับขึ้นมาด้วย

ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดระลอก 4-5 ขึ้นได้อีก โดยต้องฉีดวัคซีนให้ครบ 70% ของประชากรทั้งหมดตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องเตรียมการให้พร้อมเรื่องมาตรการเยียวยา ซึ่งจะต้องไม่ใช่แค่การแจกเงิน แต่ควรเป็นมาตรการที่ยั่งยืน และมาตรการช่วยเหลือกิจการขนาดเล็กให้ฟื้นตัว ขณะที่ภาคเอกชน องค์กรขนาดใหญ่แข็งแรงอยู่แล้ว

เพราะขณะนี้ในเชิงความเชื่อมั่นด้านการเติบโตของเศรษฐกิจนั้นก็อยู่ในระดับที่ตกลง โดยภาคธุรกิจโทรคมนาคมเอง เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อยเมื่อเทียบกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ที่รายได้ติดลบ แม้ในภาพรวมธุรกิจโทรคมนาคมจะมีการใช้งานสูงขึ้นกว่า 30% แต่รายได้ภาพรวมกลับไม่ได้เติบโตตาม เพราะโควิด-19 กระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เปิดแนวคิด-มุมมอง'เอกชน' มาตรการเยียวยาโควิดรอบ3 : รายงานพิเศษ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง