ชาญศิลป์ ดีดีการบินไทย ห่วงกระแสเงินสด มีใช้แค่ปลายปี ขณะที่แผนระดมทุน 5 หมื่นล้านยังไม่คืบหน้า เล็งปลดพนักงานอีก 1.5 พันคน ภายในสิ้นปี

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 15 มิ.ย.2564 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (DD) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริการระดับสูงของการบินไทย ร่วมกันแถลงผ่าน เฟซบุ๊ก TG Media Room หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยในวันนี้

นายชาญศิลป์ กล่าวว่า มั่นใจว่าหลังรัฐบาลเร่งฉีดวัคซีน การทำการบินในไตรสมาส 3 -4 จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆและจะสามารถขยายโมเดลแซนด์บ๊อกซ์ในจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆได้ โดยปีหน้าน่ามีสัญญานที่ดี แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดของการบินไทยคือกระแสเงินสดที่ร่อยหรอลง คาดว่าจะมีใช้ถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งการบินไทยจำเป็นต้องนำทรัพย์สินรองมาหารายได้เพิ่ม และต้องเร่งเจรจากับธนาคาร เจ้าหนี้รายใหญ่อย่างสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมทั้งเจ้าหนี้ภาครัฐ ว่าจะมีการสนับสนุนเงินแก่การบินไทยอย่างไร

ส่วนนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงิน และบัญชีกล่าวถึงความคืบหน้าแผนระดมทุน 5 หมื่นล้านบาท ว่า เบื้องต้นได้พูดคุยกับสถาบันการเงิน ทั้งภาครัฐและเอกชนไว้แล้ว โดยส่วนแรก 2.5 หมื่นล้านบาท บริษัทจะกู้เอง แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดและยังไม่มีความชัดเจน เพราะจะเป็นการกู้แบบต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หากรายได้ของบริษัทเข้ามาไม่มากพอ อาจมีความจำเป็นต้องขายทรัพย์สินบางส่วน ส่วนอีก 2.5 หมื่นล้านบาท เป็นการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งก็ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นทางการ ไม่สามารถบอกได้ว่าเงินจะเข้ามาเมื่อไหร่ เงินในส่วนนี้บริษัทจำเป็นต้องนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน และจ่ายชดเชยพนักงานที่ลาออก อย่างไรก็ตามเพื่อเร่งลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและลดภาระหนี้ค่าเช่าเครื่องบิน บริษัทได้ยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน 16 ลำ ซึ่งจะทำให้หนี้ลดลง ส่งผลให้ล่าสุดการบินไทยมีฝูงบินรวม 60 ลำ

บินไทยปลดพนง.

ด้านนายนนท์ กลินทะ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ กล่าวถึงกลยุทธ์ด้านรายได้ว่า มี 4 ด้าน คือ1.เร่งปรับรูปแบบอัตราค่าโดยสาร และทีมขายใหม่ให้ยืดหยุ่น 2.เร่งหารายได้เสริม ด้านที่นั่ง กระเป๋าสัมภาระ 3.ทำการขาย และการตลาดผ่านระบบดิจิทัล ผ่านแอพพลิเคชั่นมากขึ้น ทั้งการจองตั๋ว จ่ายเงิน เปลี่ยนวันเดินทางและการขอคืนเงินและ4.นำระบบติจิทัลมาใช้ในบริการขนส่งสินค้า(คาร์โก้) โดยในไตรมาสที่ 3 และ4 จะกลับมาเริ่มทำการบินในไฟลต์ยุโรปที่ทำกำไรได้ ไตรมาส3จะบินเชิงพาณิชย์ไม่เต็มรูปแบบ และจะเริ่มบินโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อก จาก 5 เมือง ขณะนี้มีการจองบัตรโดยสารเข้ามาจำนวนมาก คาดว่าในเดือนก.ค.จะมีผู้โดยสารราว 1,000 คน

” ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 จะกลับมาเปิดบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ในเส้นทางที่มีกำไรก่อน เน้นยุโรป คือ โคเปนเฮเกน แฟรงก์เฟิร์ต รวมทั้งให้สายการบินไทยสมายล์ ทำการบินในเส้นทางที่ใช้เวลาบิน3-4 ชั่วโมง เช่น พนมเปญ ฮานอย ไซ่ง่อนเป็นต้น นอกจากนี้ มีการเริ่มบินไฟลต์ที่เป็นฤดูกาล อาทิ ภูเก็ต รวมทั้งเพิ่มเที่ยวบินภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เช่น โซล เดลี โตเกียว โดยให้ ไทยสมายล์ บินเส้นทาง ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นต้น คาดว่าไตรมาสที่ 3 การบินไทยจะกลับมาทำการบินได้ราว 30-35% และเพิ่มเป็น 40% ในไตรมาสที่ 4 และภายในปี 68 การบินไทยจะกลับมาบินได้ 85% ”

ขณะที่ นายเชิดพันธ์ โชติคุณ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่าง กล่าวว่า ฝายช่างได้เตรียมพร้อมการกลับมาเปิดทำการบินอีกครั้งแล้ว ขอให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของเครื่องบินทุกลำ อย่างไรก็ตามฝ่ายช่างหลังจากนี้จะยังคงเป็นหน่วยงานที่ทำรายได้ให้บริษัทต่อไป ซึ่งก่อนเกิดโควิดได้ให้บริการซ่อมบำรุงสายการบินต่างๆ แบบวงรอบสั้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีรายได้เกือบ 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังให้บริการซ่อมบำรุงที่สถานีอื่นในต่างประเทศ เช่น พนมเปญ เสียมราฐ ย่างกุ้ง ประเทศกัมพูชา และดักกา กาดมันฑุ ประเทศอินเดียว มีรายได้ประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปี

บินไทยปลดพนง.

สำหรับ นายอนิรุต แสงฤทธิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติงาน บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า 14 เดือนที่ผ่านมา การบินไทยทำการขนส่งผู้โดยสารทั้งการรับคนไทยกลับบ้าน และส่งชาวต่างชาติกลับประเทศ 7.7 หมื่นคน ขนส่งสินค้า 8 หมื่นตัน มีเที่ยวบินรวม 4 พันกว่าเที่ยวบิน ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมด้วยการให้นักบิน และลูกเรือ ฝึกหัดทบทวนการให้บริการต่างๆ เพื่อการกลับไปสู่การทำการบินอีกครั้งอย่างปลอดภัย ขอให้มั่นใจได้ว่าทั้งผู้โดยสาร และสินค้าได้รับความปลอดภัย 100%

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีรายงานข่าวแจ้งถึงความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างบุคคลากรของการบินไทยว่า เดิมในปี 2562 มีพนักงานรวม 2.9 หมื่นคน ล่าสุดณ เดือน พ.ค. 64 บริษัทสามารถปรับลดพนักงานลงเหลือ 1.65 หมื่นคน และภายในสิ้นปีนี้เตรียมจะปรับลดพนักงานลงอีก 1.5 พันคน คน เพื่อให้สิ้นปี 2564 มีพนักงานเหลืออยู่ตามเป้าหมายที่ 1.5 หมื่นคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน