ส.อ.ท. ชงนายกฯ เคาะ 4 มาตรการคุมโควิดในโรงงาน ก่อนเศรษฐกิจพัง! – อัดรัฐบาลได้แต่ออกคำสั่งแต่ไม่มีงบประมาณให้

ส.อ.ท. ชงนายกฯ เคาะ 4 ข้อ – นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเสนอมาตรการป้องกันควบคุมโควิด-19 ในสถานประกอบการ (Bubble and Seal) ภาคอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องเป็นมาตรฐานเดียว โดยยังสามารถรักษากำลังการผลิตไว้ให้ได้มากที่สุด ภายใต้แนวคิด “ติดโควิดไม่ต้องปิดโรงงาน” เพื่อให้ผู้ประกอบการยังสามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่แพร่กระจายเชื้อสู่ภายนอก เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและอาการรุนแรง ก่อนเศรษฐกิจและประเทศพังพินาศ คาดว่าจะเสนอให้นายกรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภาย 1-2 วันนี้

“รัฐบาลได้แต่ออกคำสั่ง แต่ไม่มีงบประมาณให้ ขณะที่ยอมรับว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนของประเทศ รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมที่มีผู้ติดเชื้อในโรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะรายกลางและรายเล็กลำบากมาก เพราะอย่างน้อยต้องสุ่มตรวจหาคนงานที่ติดเชื้อเดือนละ 2 ครั้ง อีกทั้งยังมีคนงานต้องกักตัว ต้องหยุดการผลิต ถ้าคนงานเยอะยิ่งกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ บางรายสู้ไม่ไหวอาจปิดกิจการ ซึ่งเบื้องต้นส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตลดลงแล้วอย่างน้อย 5-10%”

โดยมาตรการแรก ภาคเอกชนเสนอขอให้รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับจัดซื้อชุดตรวจหาเชื้อโควิดเฉลี่ยคนละประมาณ 200 บาท เพื่อสุ่มตรวจหาคนงานที่ติดเชื้อแบบสม่ำเสมอ 10% ของจำนวนพนักงานทุก 14 วัน เพื่อแยกผู้ป่วยควบคุมการแพร่เชื้อภายในสถานประกอบการให้มีความชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเป็นไปในแนวทางเดียวกันทุกพื้นที่ และให้พนักงานผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำสามารถกลับเข้ามาทำงานในพื้นที่แยกกับผู้กักตัวในโรงงานตามปกติ

มาตรการที่สอง เสนอให้กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนงบประมาณในการจัดพื้นที่แยกผู้ป่วยในสถานประกอบการ(Factory Quarantine:FQ) ไปจนถึงการจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามภายในสถานประกอบการ (Factory Accommodation Isolation:FAI) ในสถานประกอบการที่มีพนักงาน 300 คนขึ้นไป ให้มีจำนวนเตียงไม่น้อยกว่า 5% ของจำนวนพนักงาน และให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งโรงพยาบาลแม่ข่ายในแต่ละพื้นที่ประกันสังคม เพื่อให้บริการโรงงานในพื้นที่ ณ จุดเดียว ตั้งแต่การตรวจหาเชื้อไปจนถึงส่งต่อผู้ป่วยเข้าไปในระบบการรักษา เพื่อลดขั้นตอนในการหาโรงพยาบาล

มาตรการที่สาม ขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมจัดตั้งศูนย์พักคอยและแยกกักตัว สำหรับสถานประกอบการที่มีพนักงานต่ำกว่า 300 คน ให้เพียงพอกับแรงงาน โดยให้มีจำนวนเตียงไม่น้อยกว่า 5% ของจำนวนพนักงานในพื้นที่

นายสุพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พร้อมกันนี้ขอให้รัฐเข้ามาสนับสนุนค่าใช้จ่ายเตียงรองรับผู้ป่วยประมาณเตียงละ 10,000 บาท

และมาตรการที่สี่ จัดสรรวัคซีนตามเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตตามลำดับความสำคัญทางสาธารณสุข การป้องกันโรค และเศรษฐกิจใน 3 กลุ่มคือ กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่อายุ 40-59 ปี กลุ่มพนักงานในสถานประกอบการที่มีติดเชื้อมากกว่า 50% จนต้องปิดกิจการ และกลุ่มพนักงานในอุตสาหกรรมสำคัญๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน