‘เจพี’ จุดกระแส ‘ไข่ผำ’ ดันพืชน้ำท้องถิ่นไทยสู่ฮับผลิตอาหารจากโปรตีนพืช รับเทรนด์ผู้บริโภครักสุขภาพ

28 ก.ย. 2564 - 18:17 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาครัฐมี นโยบายส่งเสริมพืชน้ำวูฟเฟีย หรือ ‘ไข่น้ำ’ หรือ ‘ไข่ผำ’ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มวัชพืชขนาดเล็กที่มีดอก นับเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ของไทย เนื่องจากวูฟเฟีย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีโปรตีนสูงถึง 2 เท่าของถั่วเหลืองเมื่อทานในปริมาณแคลอรี่ที่เท่ากัน อีกทั้งมีกรดอะมิโน สารต้านอนุมูลอิสระ แคลเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง มีไขมันต่ำและไฟเบอร์สูง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

“ภาครัฐเห็นโอกาสการนำพืชวูฟเฟียมาเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารโปรตีนจากพืช หรือแพลนท์เบส ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในกระแสความนิยมจากผู้บริโภค โดยประเมินมูลค่าตลาด อาหารแพลนท์เบสทั่วโลกอยู่ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 80,000 ล้านเหรียญสหรัฐในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยเราจะสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรไทยเพาะปลูกพืชน้ำวูฟเฟีย เพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารแพลนท์เบส รองรับเทรนด์การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลก และจะช่วยสนับสนุนให้ไทยก้าวสู่การเป็นฮับผลิตอาหารแพลนท์เบส เพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JP ผู้พัฒนานวัตกรรมด้านการผลิต วิจัย จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ในตลาดโลกมีการนำไข่น้ำ หรือไข่ผำ หรือชื่อทางการว่าวูฟเฟีย ซึ่งเป็นพืชน้ำท้องถิ่นไทย ที่มีโปรตีนและคุณค่าทางอาหารสูง ถือเป็นซูเปอร์ฟู้ด มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นสารสกัดจากพืชที่มีโปรตีนสูง

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ

โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา มีบริษัทสตาร์ตอัพจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก อย่าง PARABEL เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายแรกๆ ในตลาด รวมถึงในประเทศอิสราเอล ได้มีการลงทุนฟาร์มไข่ผำขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้เครื่องจักรในการปลูก

ขณะที่ประเทศไทยมีไข่ผำที่มีสายพันธุ์ที่ดีที่สุด และเป็นพืชโตเร็วชอบอากาศร้อน แดดแรง ที่สำคัญสามารถปลูกในคลอง บ่อปลากินเนื้อ บ่อน้ำ ตลอดจนท้องร่องสวนและท้องร่องนาออร์แกนิก ได้ ทำให้บริษัทเห็นโอกาสในการทำตลาดของพืชน้ำชนิดนี้ ทั้งในรูปของการแปรรูปเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารโปรตีนจากพืช (แพลนท์เบสโปรตีน) เพื่อขายให้กับอุตสาหกรรมอาหาร และเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ในกระแสความนิยมจากผู้บริโภคที่ใส่ใจการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ


เพื่อดูแลสุขภาพและให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของอาหาร หรือกลุ่มผู้บริโภคตามแบบวิถีวีแกน ตลอดจนการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้แบรนด์สุภาพโอสถ เพื่อจำหน่ายเอง และรับจ้างผลิตเพื่อจำหน่ายในแบรนด์อื่นๆ จำหน่ายทั้งในไทยและส่งออกทั่วโลก

โดยล่าสุดนอกจากบริษัทจะมีการลงทุนฟาร์มปลูกไข่ผำ ที่จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นฟาร์มต้นแบบให้กับเกษตรกรลูกไร่ ขณะที่บริษัทจะเป็นธุรกิจกลางน้ำ ขณะเดียวกันบริษัทยังพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวอร์ฟเฟียแคป และ ผลิตภัณฑ์แพลนท์ เบส โปรตีน หรือ บีพีบี ไดเอทเธอรี่ ภายใต้แบรนด์สุภาพโอสถ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตจดทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหาร กับทางสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และคาดว่าจะเป็นรายแรกของประเทศไทย คาดว่าจะพร้อมเปิดตัวและจำหน่ายได้ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายในหลากช่องทาง เบื้องต้นจะขายผ่านทีวีไดเร็ค แพลตฟอร์มออนไลน์มาร์เก็ตเพลส และโซเชียลมีเดียของบริษัทในทุกช่องทาง เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ห่วงใยสุขภาพ ก่อนจะกระจายสู่ช่องทางร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา โดยมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะได้รับการตอบรับ ที่ดีอย่างแน่นอน

สำหรับภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทั่วโลก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช พบว่ามีอัตราเติบโตปีละ 20% ขณะที่ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากสัตว์เติบโต 7% ส่วนภาพรวมในไทย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรซึ่งก่อนเกิดโควิด-19 เติบโต 9% ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเติบโต 12% และผลิตภัณฑ์สปอร์ตโปรตีน หรือเวย์โปรตีน เติบโต 14%

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ‘เจพี’ จุดกระแส ‘ไข่ผำ’ ดันพืชน้ำท้องถิ่นไทยสู่ฮับผลิตอาหารจากโปรตีนพืช รับเทรนด์ผู้บริโภครักสุขภาพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง