เริ่มยิ้มออก! สมาคมเผยเดือนก.ย.ส่งออกข้าวไทยเป็นบวก – ลุ้นต.ค.ราคายังแข่งไหวคาดแตะ 7 แสนตัน
ก.ย.ส่งออกข้าวเป็นบวก – นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การส่งออกข้าวในเดือนก.ย. 2564 มีปริมาณ 638,397 ตัน มูลค่า 10,867 ล้านบาท โดยปริมาณและมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 7.9% และ 11.2% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค. 2564 ที่มีการส่งออกปริมาณ 591,717 ตัน มูลค่า 9,771 ล้านบาท เนื่องจากในเดือนที่ผ่านมามีการส่งออกข้าวขาวและข้าวนึ่งไปยังตลาดสำคัญในแถบแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชียเพิ่มขึ้น
โดยในเดือนก.ย. 2564 มีการส่งออกข้าวขาวปริมาณ 313,446 ตัน เพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังตลาดจีน อิรัก มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สารธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โมซัมบิก แองโกล่า เป็นต้น ส่วนการส่งออกข้าวนึ่ง มีปริมาณ 176,693 ตัน เพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยส่วนใหญ่ส่งไปยังตลาดหลัก เช่น แอฟริกาใต้ ไนเจอร์ เบนิน เยเมน แคเมอรูน เป็นต้น
ขณะที่การส่งออกข้าวหอมมะลิ (ต้นข้าว) มีปริมาณ 91,395 ตัน เพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน โดยส่วนใหญ่ยังคงส่งไปยังตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง แคนาดา สิงคโปร์ เป็นต้น
สมาคมคาดว่าในเดือนต.ค. 2564 จะส่งออกข้าวได้ประมาณ 700,000 ตัน เนื่องจากประเทศผู้นำเข้าที่สำคัญในแถบแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย ยังคงมีความต้องการข้าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อชดเชยสต๊อกข้าวที่ลดลงและเตรียมไว้ใช้ในช่วงเทศกาลปลายปีนี้ ประกอบกับราคาข้าวของไทยยังอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ จึงคาดว่าการส่งออกข้าวขาวและข้าวนึ่งจะยังไปได้ดี
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการส่งออกข้าวหอมมะลิจะชะลอลง แม้ว่าราคาจะปรับลดลงมาพอสมควรแล้ว เนื่องจากผู้ซื้อบางส่วนรอดูผลผลิตข้าวฤดูนาปีที่ใกล้ออกสู่ตลาดในเดือนหน้า ประกอบกับปัญหาด้านโลจิสติกส์ ทั้งตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังไม่คลี่คลายไปในทางที่ดี ทำให้เป็นอุปสรรคในการส่งมอบสินค้า
ด้านสถานการณ์ราคาข้าวในช่วงนี้ค่อนข้างทรงตัวท่ามกลางภาวะค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้นจากการที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยราคาข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ 403 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาข้าวขาว 5% ของเวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน อยู่ที่ 433-437, 358-362 และ 363-367 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตามลำดับ ส่วนข้าวนึ่งของไทยอยู่ที่ 406 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่ข้าวนึ่งของอินเดีย และปากีสถานอยู่ที่ 353-357 และ 383-387 เหรียญสหรัฐต่อตัน ตามลำดับ