เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2564 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท) จัดงานเสวนาและรับฟังความคิดเห็นประชาชนเรื่องการหยุดให้บริการการเดินขบวนเดินรถไฟเข้าสถานีหัวลำโพง ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร เป็นการพัฒนาหรือผลักภาระให้ประชาชน ณ บริเวณโถงสถานีหัวลำโพง โดยเชิญ น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมเสวนา

นางรสนา กล่าวว่า ขอคัดค้านการหยุดเดินรถที่สถานีหัวลำโพงของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม โดยรัฐจะต้องคงการให้บริการเดินรถที่หัวลำโพงไว้เช่นเดิม ทั้งขบวนรถไฟชานเมือง และรถไฟทางไกลที่มาจากทั่วภูมิภาค เนื่องจากหัวลำโพงเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สะดวกและครอบคลุมมากกว่าสถานีกลางบางซื่อ ควรรักษาและต่อยอดการเดินทางไว้ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ยอมให้สถานีหัวลำโพงเหลือเพียงบริการเดินรถขบวนรถไฟชานเมืองเท่านั้น เพราะรถไฟฟ้าในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดได้ เนื่องจากยังมีอัตราค่าโดยสารแพงทำให้คนใช้บริการไม่มาก รัฐมนตรีควรคิดว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้ค่าบริการรถไฟฟ้าถูกลง

ส่วนกรณีที่นำพื้นที่หัวลำโพงไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้สัมปทานนายทุนเข้ามาสร้างห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม และมิกซ์ยูส ทำกำไรนั้น ถือเป็นการทำลายประวัติศาสตร์การรถไฟ และเป็นการเอาสถานีหัวลำโพงไปทำกำไรให้กับนายทุนทำเป็นทางเข้าห้างสรรพสินค้า

“สาเหตุที่คมนาคมต้องสั่งให้หยุดเดินรถ ก็เพราะว่าถ้าไม่หยุดเดินรถ รถไฟก็ไม่สามารถเปลี่ยนสีผังเมืองจากสีน้ำเงินที่ดินราชการให้เป็นที่สีแดงที่ดินเพื่อการพาณิชย์ เรามองว่าหัวลำโพงเป็นสมบัติของประชาชน ไม่ใช่สมบัติของรัฐมนตรีคมนาคมที่จะใช้อำนาจทำอะไรก็ได้ ดังนั้นจึงขอเสนอให้รัฐบาลทำประชามติเรื่องปิดหัวลำโพง ไม่ใช่ทำแค่ประชาพิจารณ์ตามที่กระทรวงคมนาคมวางแผน”

ด้านนายสามารถ กล่าวว่า เห็นด้วยกันน.ส.รสนา ที่รัฐบาลจะต้องคงบริการเดินรถทั้งขบวนชานเมือง และทางไกล ที่สถานีหัวลำโพงไว้ เพราะการหยุดเดินรถเป็นการผลักภาระให้กับประชาชนต้องเสียค่าเดินทางมากขึ้น ซึ่งเดิมเดินทางจาก รังสิตมาหัวลำโพงโดยขบวนรถไฟชานเมืองใช้เงิน 6 บาท แต่หากปิดหัวลำโพงประชาชนจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 46 บาท หรือจ่ายเพิ่มขึ้น 7 เท่า คือ จ่ายค่าเอ็มอาร์ที จากหัวลำโพงไปบางซื่อ 42 บาท และจ่ายค่ารถไฟจากบางซื่อไปรังสิตอีก 4 บาท และต้องขึ้นรถหลายต่อเดินทางไม่สะดวก ส่วนระบบเมล์ชัตเติลบัสที่กระทรวงคมนาคมจะนำมารองรับประชาชนจากบางซื่อไปยังหัวลำโพงกรณีปิดหัวลำโพงนั้น ไม่ตอบโจทย์ เพราะรถเมล์ใช้ระยะเวลาเดินทางมากเนื่องจากรถติด

ส่วนการนำพื้นที่หัวลำโพงไปพัฒนาเชิงพาณิชย์นั้นตนไม่ขัดข้อง แต่ควรจะต้องแบ่งพื้นที่บางส่วนไว้สำหรับการเดินรถด้วย และขอให้พิจารณาที่ดินบริเวณอื่นๆ ด้วย เนื่องจากปัจจุบันรถไฟมีพื้นที่ที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์มากกว่า 2.4 แสนไร่ ไม่ใช่เน้นจะพัฒนาเฉพาะหัวลำโพงเท่านั้น

“ผมขอเรียกร้องผ่านไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกแนวคิดในการปิดหัวลำโพง เนื่องจากเป็นการดำเนินการที่ย้อนแย้งกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับระบบราง ซึ่งในสมัยพล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำผลงานได้ดีเปิดเดินรถระบบราง เพิ่มขึ้น หลายเส้นทาง”

นายสราวุธ สราญวงศ์ รักษาการประธาน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท) เปิดเผยว่า สร.รฟท ขอเสนอให้รัฐบาลคงบริการขบวนรถไฟชานเมือง ทุกสายเหมือนเดิม เพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารที่สถานีหัวลำโพง และให้มีรถบริการเชิงสังคม (PSO) ทางไกล อย่างน้อยเส้นทางละ 1 ขบวน มีต้นทาง-ปลายทางที่สถานีกรุงเทพ เพื่อเป็นบริการขนส่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐ ที่รองรับประชาชนจำนวนมากจากทั่วทุกส่วนภูมิภาคเข้ามาสู่กรุงเทพมหานคร

สำหรับการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดใน กทม. ควรส่งเสริมระบบขนส่งทางราง โดยขยายทางยกระดับข้ามทางรถไฟ หรือขุดอุโมงค์ที่ถนนตัดผ่านกทม. เสมอระดับทางที่ยมราชและเร่งรัดโครงการก่อสร้างโครงข่ายรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยายให้เต็มรูปแบบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน