‘แสนสิริ’ ออกหุ้นกู้ 100 ล้าน ใช้ในโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” ครั้งแรกในเอเชียดอกเบี้ย 3.2%

แสนสิริออกหุ้นกู้100ล้าน – นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริเตรียมออกหุ้นกู้งวงงิน 100 ล้านบาท อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.2% เพื่อใช้ในโครงการ Zero Dropout ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในเอเชีย โดยการระดมทุนครั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในพันธกิจโครงการ “Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน” โดยมีเป้าหมายสนับสนุน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา ภายใต้วิสัยทัศน์และเป้าหมายเดียวกัน ในการที่จะสร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา ด้วยการวางงบประมาณ 100 ล้านบาท สำหรับใช้ในโครงการ Zero Dropout ในระยะ 3 ปี เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันระบบการศึกษาไทยมีปัญหายิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก ทุกจังหวัด ทุกอำเภอของประเทศไทย มีเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาจำนวนมาก ทำให้แสนสิริ ได้วางงบ 100 ล้านบาท ในระยะโครงการ 3 ปี เพื่อให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา 100% นำร่องที่ จ.ราชบุรี ซึ่งมีเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาประมาณ 10,000 คน เหมาะสมกับจำนวนเงินระดมทุน

“ปกติแสนสิริมีงบช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว แต่การเลือกกลไกการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อให้คนซื้อหุ้นกู้ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือโครงการนี้ร่วมกัน ซึ่งแสนสิริจะจ่ายดอกเบี้ยทุกไตรมาส ขณะที่กสศ. จะจัดทำแผนรายปี และเบิกค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการ Zero Dropout ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง”

นายเศรษฐา กล่าวด้วยว่า ปัญหาสังคมกับขนาดธุรกิจของแสนสิริ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหน้าที่ของแสนสิริ แต่สิ่งที่สามารถช่วยเหลือกันได้ก็ต้องช่วย อย่ามัวแต่อ้าง อย่ามัวแต่บ่น ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ถ้าเอกชนทำไหว ทำได้ ขอให้ช่วยกัน เพราะในหลายธุรกิจจะเดินต่อไปไม่ได้ ถ้าประเทศไปไม่ได้ และถ้ารากฐานเศรษฐกิจคือการศึกษาที่ไม่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจก็จะไม่ยั่งยืน ดังนั้นมองว่าอย่าเกี่ยงกันทำ ใครทำไหวทำก่อนเลย

ขณะที่นายไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า จากการสำรวจของกสศ. พบว่า สถานการณ์เด็กหลุดจากระบบการศึกษาในปัจจุบัน มีตัวเลขนักเรียนยากจนทั่วประเทศที่มีความเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาถึง 1.9 ล้านคน มาจากปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก

ดูได้จากรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของนักเรียนยากจนพิเศษลดต่ำลงมากจาก 1,289 บาท ช่วงก่อนโควิด มาเป็น 1,094 บาทต่อครัวเรือนเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้นักเรียนยากจนและยากจนพิเศษมีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกเทอมจาก 994,428 คน เมื่อปี 2563 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,244,591 คนในภาคเรียนที่ 1 ปี 2564 และเมื่อลงลึกเรื่องตัวเลข ยังพบว่า นักเรียนที่ไม่เรียนต่อ หรือ นักเรียนยากจนพิเศษ หลุดจากการศึกษาสูงถึง 43,060 คน จาก 54,842 คน หรือ 4.67% โดยหลุดจากระบบการศึกษาสูงสุดในชั้น ม.3, ป.6 และชั้นอนุบาล ตามลำดับ

สำหรับหุ้นกู้แสนสิริที่จะเสนอขายในครั้งนี้มีมูลค่าเสนอขายไม่เกิน 100 ล้านบาท อายุ 3 ปี อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ BBB+ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปบริจาคให้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาภายใต้โครงการ Zero Dropout ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท ให้คนไทยสามารถร่วมสร้างประวัติศาสตร์เพื่อเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยให้เด็กหลุดระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ไปด้วยกัน ซึ่งไม่เพียงแต่ได้ลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุน 3.20% ต่อปี รับดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตเด็ก ให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ไม่มีใครหลุดจากระบบการศึกษาและโดนทิ้งไว้ข้างหลัง

โดยเงิน 100 ล้านบาท จากการระดมทุนจะบริจาคให้ กสศ. ทั้งหมด เพื่อปั้น “ราชบุรีโมเดล” เป็นเมืองต้นแบบให้เด็กใน จ.ราชบุรี หลุดจากระบบการศึกษาเป็น “ศูนย์” ภายใน 3 ปีให้ได้ กำหนดเปิดจองซื้อ วันที่ 15 ก.พ.นี้ เวลา 8.30 น. ผ่าน SCB Easy App เท่านั้น ข้อมูลเพิ่มเติมของโครงการ Zero Dropout https://blog.sansiri.com/zero-dropout-main/ หรือโทร. 1685

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน