น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน (SEOM) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่างวันที่ 21-22 และ 24 ก.พ. ว่า ได้ติดตามความคืบหน้า การให้สัตยาบันพิธีสารแก้ไขเพิ่มเติมความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน ฉบับที่ 4 ซึ่งปัจจุบันอาเซียน 8 ประเทศ ได้ให้สัตยาบันแล้ว เหลือเพียงกัมพูชา และสปป.ลาว ส่วนการให้สัตยาบันพิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทด้านเศรษฐกิจของอาเซียน เหลือเพียงบรูไนฯ กัมพูชา และอินโดนีเซียยังไม่ได้ให้สัตยาบัน และข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ยานยนต์นั้น อาเซียน 2 ประเทศ คือ ไทย และเวียดนาม ได้ให้สัตยาบันแล้ว
ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินแผนงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอาเซียนหลังโควิด-19 โดยเฉพาะการขยายอายุบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างอาเซียน ที่จะไม่จำกัดการส่งออกสินค้าจำเป็นในช่วงโควิด อาทิ อาหาร ยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่ง MOU จะหมดอายุในเดือน พ.ย. 2565 โดยอาเซียนอยู่ระหว่างประเมินประโยชน์และผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อประกอบการพิจารณาขยายเวลาบังคับใช้ MOU ต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังร่วมกันกำหนดแผนการประชุมกับประเทศคู่เจรจาสำคัญของอาเซียน โดยจะเริ่มประชุมคณะเจรจาจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา รอบแรก ภายในเดือนเม.ย.นี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 ปี และเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ในเดือนมี.ค.นี้ ตกลงเริ่มเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ให้ทันสมัยมากขึ้น และเห็นชอบให้เริ่มการทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย ในปีนี้ เพื่อขยายโอกาสการค้าระหว่างอาเซียนกับอินเดียเพิ่มขึ้น
น.ส.โชติมา กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปเรื่องแผนการทำงานด้านเศรษฐกิจของอาเซียนที่จะดำเนินการให้สำเร็จในปีนี้ 4 ด้าน 19 ประเด็น ได้แก่ 1. การส่งเสริมความเชื่อมโยงทางดิจิทัล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อาทิ การพัฒนาระบบนิเวศสำหรับวิสาหกิจเริ่มต้น (Startups) ด้านดิจิทัล 2. การลดช่องว่างความสามารถในการแข่งขัน ในกรอบเศรษฐกิจหมุนเวียน 3. การเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน และ 4. การเป็นส่วนสำคัญของประชาคมโลกเพื่อการเติบโตและการพัฒนา อาทิ การสรุปการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และการมีผลใช้บังคับของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) กับทุกประเทศ
ทั้งนี้ ในปี 2564 การค้าระหว่างไทยกับอาเซียน มีมูลค่า 110,799 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 17.1% จากปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปอาเซียน มูลค่า 65,015 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 17.2% สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และอาหารเลี้ยงสัตว์ และไทยนำเข้าจากอาเซียน มูลค่า 45,784 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 16.9% สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ